post

วันนี้ใคร ๆ ก็เล่นเซิร์ฟได้ ไม่ง้อคลื่นจากทะเล

ธุรกิจกีฬานี้เติบโตอย่างรวดเร็วในยุคนี้ หนุ่มสาว Gen Y รุ่นใหม่ต่างรักการออกกำลังกายและสรรหากิจกรรมใหม่ ๆ ทำอยู่เสมอ เทรนด์การออกกำลังกายจึงก้าวต่อไปตลอด โดยนักประดิษฐ์รุ่นใหม่ใช้เทคโนโลยีในการประดิษฐ์เครื่องเล่นต่าง ๆ ไม่เว้นแม้แต่กีฬาเอ็กซ์ตรีมทางน้ำอันเป็นที่นิยมอยู่ตลอดกาลอย่างเซิร์ฟบอร์ด

กีฬา Fliteboard eFoil เป็นกีฬาทางน้ำชนิดใหม่ที่เหมือนกับเสิร์ฟบอร์ด สโนวบอร์ดทุกอย่าง สามารถนำไคร์ทเซิร์ฟมาเล่นคู่กันก็ได้ แต่ที่ VWIN ยืนยันว่ามันเจ๋งกว่าคือ เจ้า Fliteboard eFoil ใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อนแบบ Hydro Foiling ที่ใช้เหมือนกับการเคลื่อนไหวของเรือหรือมองให้เห็นภาพคือติดใบพัดให้กับเซิร์ฟบอร์ดนั่นเอง และใบพัดที่ว่านั้นใช้พลังงานไฟฟ้าจากการใช้แบตเตอร์รี่ ซึ่งในการชาร์ตครั้งหนึ่งวิ่งได้เกือบ 30 กิโลเมตร และสามารถถอดแบตเตอร์รี่เปลี่ยนได้เลย สะดวกมาก Fliteboard eFoil เป็นที่นิยมอย่างมากในนิวซีแลนด์และออสเตรเลีย

Fliteboard eFoil สามารถเคลื่อนไหวบนน้ำได้อย่างอิสระ ไม่มีเสียงรบกวนและรวดเร็วมากที่สุด 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนเมื่อไหร่ก็ตามและที่สำคัญคือ ไม่จำเป็นต้องมีคลื่น! ที่สำคัญพกพาง่าย การประกอบอุปกรณ์ ติดตั้งเครื่องมือไม่วุ่นวายซับซ้อน เล่นได้ทุกทีที่มีน้ำ ไม่ง้อคลื่น เชิดใส่คลื่นได้เลย Fliteboard eFoil คิดค้นและประยุกต์มาเรื่อย ๆ ไอเดียทั้งหลายช่วยพัฒนาให้เกิดการออกแบบดีไซน์ที่เน้นความเรียบง่ายและคล่องตัว แต่วัสดุที่ใช้ก็ยังคงความคงทนและง่ายต่อการใช้งาน ตัวเซิร์ฟบอร์ดนั้น ใช้วัสดุคุณภาพสูง อย่างไฟเบอร์คาร์บอน Innegra ที่เป็นวัสดุเดียวกับกับอุปกรณ์กันกระสุนและเป็นเจลที่แข็งตัวเมื่อได้รับการกระแทก และไม้เนื้อดีคุณภาพสูง จนกระทั่งได้รับรางวัลการออกแบบยอดเยี่ยมในปี 2019

Fliteboard eFoil ควบคุมโดยรีโมทคอนโทรล ไม่ว่าจะไปซ้ายหรือขวา ช้าหรือเร็ว รีโมทคอนโทรลนั้นบอกถึงปริมาณแบตเตอร์รี่อีกด้วย นอกจากนั้นรีโมทยังสามารถตั้ง GPS Bluetooth และยังเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันเพื่ออัพเดตระบบบนสมาร์ทโฟน ในขณะนี้มีหลายแบรนด์ที่ซื้อลิขสิทธ์ Fliteboard eFoil มาผลิตออกจำหน่าย ส่วนราคาอยู่ที่ประมาณ 10,995 USD หรือประมาณสามแสนกว่า ๆ

นับเป็นกีฬาฉีกกฎใหม่ เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ควรลิสท์ไว้ในกีฬาที่ต้องลอง เล่นง่าย ๆ สะดวก ไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องสนคลื่นแล้ว ฉะนั้นแล้วปัญหาต่าง ๆ ในการเล่นเซิร์ฟบอร์ดก็จะเบาลงมากเลยทีเดียว หากประสบกับปัญหาอยากจะเล่นเซิร์ฟแต่หาคลื่นยากลำบากเหลือเกิน วันไหนฝนตกก็อด คลื่นลมแรงไปก็เสี่ยงไปอีก อยากจะฝึกเล่นทั้งทีก็ต้องออกไปเล่นไกลถึงทะเล แล้วยังต้องเลือกที่ที่มีลมและคลื่นด้วยนะ สิ่งเหล่านี้จะไม่เป็นอุปสรรคสำหรับความสนุกของคุณ คุณจะไปเที่ยวไม่เสียเที่ยว

post

ว่าวไทยกับลมหายใจอันแผ่วเบา เสน่ห์การละเล่นที่แพ้ทางกาลเวลา

ว่าว การละเล่นที่มีมาช้านาน และไม่ได้มีแค่ในไทยเราเท่านั้น หลาย ๆ ประเทศในเอเชียก็มีวัฒนธรรมการเล่นว่าวเหมือนกับไทยเรา แต่สำหรับ “ว่าวไทย” นั้น เป็นกิจกรรมที่อยู่คู่ครอบครัวไทยเลยก็ว่าได้ ในสมัยก่อนในช่วงฤดูร้อนของทุกปีในตอนนั้นน่านฟ้าของไทย และบริเวณสนามหลวงจะเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยว่าวไทยนานาชนิด เราจะเห็นว่าวตัวเล็กตัวน้อยที่ลอยโต้ลมอยู่ตลอดเวลา และได้ยินเสียงเฮฮาจากเด็ก ๆ คุณพ่อและคุณลูกที่วิ่งเล่นให้ว่าวโต้ลมสู่ฟ้ากันอย่างครึกครื้นสนุกสนาน แต่เมื่อโลกเปลี่ยนไป ดูเหมือนลมที่คอยโต้ว่าวไทยให้ลอยสู่ฟ้ากลับแผ่วเบาลง นั่นทำให้ลมหายใจของว่าวไทยก็ดูเหมือนจะริบหรี่ลงไปด้วยเช่นกัน

ว่าว คือ กีฬาไทยชนิดหนึ่ง

คนรุ่นใหม่อาจจะไม่ทราบว่า สิ่งที่เรียกว่าเป็นกีฬาไทยแท้ ๆ นั้นนอกจากมวยไทยแล้ว หมากรุกไทยแล้ว ก็ยังมีว่าวไทยอีกอย่างที่อยู่ในฐานะกีฬาพื้นบ้านไทย เพราะว่าวของแต่ละชาตินั้นจะมีเอกลักษณ์ในการสร้างสรรค์โครงสร้างตัวว่าวในแบบของตนเอง ซึ่งปักเป้า กับจุฬาก็ถือว่าเป็นตัวแทนว่าวไทยในการแสดงเอกลักษณ์ให้เห็นถึงความแตกต่างจากว่าวของชาติอื่น ๆ ในเอเชีย เมื่อสมัยก่อนว่าวไทยยังเป็นกีฬาที่มีการแข่งขันกัน และสถานที่แข่งขันที่ใช้กันนั้นก็คือสนามหลวง ไม่เพียงแต่จะแข่งกันในเรื่องของความสูงในการเล่นว่าว หรือดูว่าว่าวของใครลอยสูงที่สุดโต้ลมได้นานที่สุดเท่านั้น แต่ยังมีการแข่งขันประกวดความสวยงาม และการออกแบบตัวว่าวอีกด้วย

แต่ในปี 2553 ทางการได้มีการประกาศปิดสนามหลวงเพื่อปรับปรุงพื้นที่ ซึ่งการปรับปรุงสนามหลวงครั้งนี้กินระยะเวลาเป็นปี ซึ่งแน่นอนว่ากระทบกับการแข่งกีฬาว่าวไทยเป็นอย่างมาก บวกกับปัจจัยภายนอกอื่น ๆ ทั้งเรื่องของการเมืองความสงบของบ้านเมือง เหตุการณ์สำคัญ ๆ ที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย ส่งผลให้ว่าวไทยไม่ได้ไปต่อ การแข่งขัน การละเล่นต่าง ๆ ต้องงดไปโดยปริยาย และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของหายใจที่เริ่มแผ่วเบาของว่าวไทยในวันนี้

การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีก็ทำให้ว่าวไทยวิกฤต

การที่โลกเปลี่ยนแปลงเร็วเพราะเทคโนโลยีเข้ามาแทรกแซง ทำให้อะไรที่ดูเป็นเรื่องเก่า ๆ ไม่ทันสมัยกลายเป็นสิ่งที่ต้องถูกโละทิ้งให้เลือนหายไปในความทรงจำตามการเวลา และทุกสิ่งก็ต้องเป็นเช่นนั้นแบบไม่มีข้อยกเว้น ยกตัวอย่างง่าย ๆ ว่าวในฐานะกีฬาพื้นบ้านของไทย เมื่อไหร่ที่มีการจัดแข่ง ก็อาจจะมีการพนันขันต่อเล็ก ๆ ข้างสนาม เป็นการเดิมพันเพื่อความสนุกสนานไม่ได้หวังรวย แต่ปัจจุบันคนที่จะเล่นพนันกีฬาก็จะหันไปใช้บริการเว็บพนันออนไลน์ อย่างเว็บ VWIN ที่จัดเต็มเรื่องพนันกีฬาจากทั่วโลก จะพนันก็ง่าย แถมเรื่องจ่ายก็จริง นี่คือความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกที่เกิดขึ้นในวันนี้ เวลาเปลี่ยน สังคมเปลี่ยน ใจคนก็เปลี่ยน เราไม่สามารถบอกได้ว่า อะไรมันดีกว่ากัน และอะไรควรจะเป็นอย่างไร แต่ว่าวไทย ผิดอะไร ทำไมคนไทยถึงเริ่มที่เลือกจะทิ้งมันไว้ให้เหลือเพียงแค่ความทรงจำ

หากเป็นไปได้ ภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง น่าจะจัดกิจกรรมอะไรสักอย่างเพื่อการส่งเสริมว่าวไทยในฐานะกีฬาพื้นบ้านของไทย เพื่อสร้างภาพจำใหม่ ๆ  ให้กับคนรุ่นหลัง ซึ่งสิ่งเหล่านี้น่าจะเป็นสิ่งที่ช่วยต่อลมหายใจให้กับว่าวไทยไปได้อีกสักระยะหนึ่งทีเดียว