post

Free Running วิ่งไปบนความพลิ้วไวของร่างกาย

หากให้คุณนึกถึงการออกกำลังกายที่ง่ายที่สุดโดยไม่จำเป็นต้องอุปกรณ์ใดใดเลยนั้น สิ่งแรกที่คุณนึกถึงก็คงไม่พ้นการวิ่ง เพียงคุณมีรองเท้ากีฬาสักคู่ ก็สามารถออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงของคุณได้ แต่บางครั้งการวิ่งบนลู่วิ่งทั้งในสนามหรือว่าฟิตเนสก็ทำคุณเบื่อหน่ายจนคุณต้องการมองหารูปแบบการออกกำลังกายใหม่ ๆ โดยที่คุณยังหลงใหลการวิ่งอยู่แล้วละก็ Free Running คงเป็นกีฬาที่จะเข้ามาทำให้การวิ่งของคุณมีสีสันเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

Free Running กีฬาเอ็กซ์ตรีมที่น่าทึ่ง

Free Running ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในกีฬาเอ็กซ์ตรีม ที่พัฒนามาจากการฝึกฝนร่างกายชนิดหนึ่งที่เรียกว่า เรียกว่า Parkour ซึ่งเป็นกีฬาที่นิยมในประเทศฝรั่งเศสช่วงปี 1980 กีฬาที่อาศัยการวิ่ง การปีน การกระโดด ไปจนถึงคลานลงกันพื้นโดยการเคลื่อนร่างกายให้เร็วที่สุดจากที่หนึ่งไปยัง ในสภาพแวดล้อมที่ถูกสร้างขึ้น เมื่อเวลาผ่านไปมีการดัดแปลงจนมาเป็น Free Running ที่เพิ่มความตื่นเต้นด้วยสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนมากขึ้น เพิ่มการเคลื่อนไหวร่างกายที่พลิ้วไหวมากขึ้น อาศัยความคิดสร้างสรรค์จากเทคนิคเฉพาะตัวแต่ละคนให้เคลื่อนไวอย่างอิสระ และใช้การตีลังการเข้ามาเพิ่มความท้าทาย ความตื่นเต้นให้การวิ่งของคุณ

หากอธิบายให้เข้าใจอีกระดับ การวิ่งแบบ Free Running คือการวิ่งในรูปแบบวิ่งอิสระ ที่ใช้สิ่งแวดล้อมรอบตัว ซึ่งส่วนมากจะเน้นสภาพแวดล้อมที่เป็นเขตเมือง การวิ่งด้วยความเร็วจากการวิ่งด้วยเท้าทั้งสองข้างผสานกับการมองเห็นเครื่องกีดขวางที่อยู่เบื้องหน้า ก่อนสั่งการไปที่สมองให้คุณเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อหลบสิ่งกีดขวางด้วยการกระโดดข้ามด้วยกำลังเท้า การเกาะปีนด้วยมือทั้งสองข้าง หลบหลีกเก้าอี้ที่ขวางทางด้วยการตีลังกาอย่างพลิ้วไหวสวยงาม จนบางครั้ง Free Running ก็ต้องนำเอาเทคนิคจากกีฬาชนิดอื่นมาใช้ร่วมด้วย เช่น กีฬายิมนาสติกลีลาหรือการเต้นเข้าจังหวะ รวมถึงท้าทายความคิดสร้างสรรค์ที่ต้องเกิดขึ้นเฉพาะหน้าเพื่อออกแบบท่วงท่าให้ออกมาได้น่าชื่นชมและปลอดภัย

สิ่งที่คุณจะได้จาก Free Running นอกจากร่างกายที่แข็งแรงจากการใช้กำลังการวิ่งแล้วนั้น Free Running จะช่วยสร้างสมดุลภายในร่างกาย ขณะที่คุณเคลื่อนไหวร่างกายในทุกส่วนให้มีลีลาอันน่าทึ่งในสายตาของผู้ชม อย่างเช่นในโฮมวิดีโอจากต่างประเทศที่เรามักเห็นนักวิ่งอิสระบางคนสามารถสร้างความตื่นตาให้เรา ด้วยการปีนกำแพงที่สูงเหมือนตัวเบาราวกับร่างกายไร้แรงโน้มถ่วงของโลกมาฉุดดึงไว้ หรือการตีลังกาลงมาจากที่สูง แล้วม้วนตัวกลับมายืนได้อย่างง่ายดาย สร้างความหวาดเสียวให้กับผู้ชมเป็นอย่างมาก ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนใช้ความสามารถทางกายภาพที่มีความสมดุลของร่างกายทั้งสิ้น                

ทั้งนี้ทั้งนั้นกว่าจะได้ภาพที่น่าประหลาดใจผู้ชม นักกีฬา Free Running ก็ต้องอาศัยความใส่ใจด้านสถานที่บริเวณให้มีความปลอดภัยในระดับหนึ่ง เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ผู้เล่นนั้นสามารถแสดงศักยภาพของตัวเองได้ออกมาอย่างเต็มที่ เมื่อผู้เล่นก้าวข้ามขีดจำกัดความกลัวของตัวเองแล้ว ท่วงท่าลีลาอันงดงามที่ถูกแสดงออกมาก็คือเสน่ห์อันน่าตื่นใจของกีฬา Free Running ที่รอให้คุณได้สัมผัสนั่นเอง

post

Zorb Ball กลิ้งไปพร้อมกับความตื่นเต้น

ถ้าหากคุณได้เปิดโทรทัศน์ดูรายการแนวแอดเวนเจอร์สักรายการหนึ่ง คุณคงจะเคยคุ้นตากับกีฬาชนิดหนึ่งที่รูปแบบการเล่นคือการกลิ้งลูกกลม ๆ ขนาดใหญ่ ไปตามทางหรือกลิ้งเพื่อเล่นกับผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม ซึ่งความโดดเด่นของเจ้าลูกบอลยักษ์นี้ก็คือการใช้ผู้เล่นเข้าไปเป็นผู้ควบคุมทิศทางให้ลูกบอลกลิ้งไปตามเป้ามาย เป็นหนึ่งในกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่มีกติกาเรียบง่ายเข้าใจไม่ยาก

Zorb Ball กีฬาเอ็กซ์ตรีมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ในยุคปัจจุบันมีกีฬาเอ็กซ์ตรีมเกิดขึ้นใหม่หลายชนิด รวมถึง Zorb Ball ก็นับเป็นกีฬาเอ็กซ์ตรีมยุคใหม่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สะดุดตา ด้วยรูปแบบที่เป็นพลาสติกทรงกลมขนาดใหญ่ จนผู้เล่นสามารถเข้าไปอยู่ด้านในได้หมดทั้งตัว บางชนิดก็สามารถเข้าไปด้านในได้มากกว่าหนึ่งคนด้วย Zorb Ball เกิดขึ้นเมื่อปี 2000 คิดค้นโดยชาวเนเธอร์แลนด์ จนความนิยมแผ่ขยายเป็นวงกว้าง จนกระทั่งเริ่มเป็นที่รู้จักกันมากขึ้นเมื่อมีการบัญญัติให้ Zorb Ball อยู่ในพจนานุกรมภาษาอังกฤษโดยย่อของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ซึ่งมีความหมายว่าเป็นกีฬาที่ผู้เข้าร่วมเข้าไปอยู่ในลูกบอลขนาดใหญ่ ก่อนกลิ้งไปบนพื้นดินหรือเนินเขาที่ปลอดภัย จึงทำให้การกลิ้ง Zorb Ball ได้เป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น

สำหรับเรื่องความปลอดภัย คุณอาจจะได้ยินคำถามที่ว่าเราจะหายใจได้อย่างไรเมื่ออยู่ภายในลูกบอลพลาสติกกลม ๆ ยิ่งเมื่อกลิ้งไปบนพื้นด้วยแล้ว ก็ยิ่งรู้สึกถึงความอึดอัดที่ต้องเกิดขึ้นในขณะที่เล่นอย่างแน่นอน ซึ่งคำตอบสำหรับข้อสงสัยนี้คือคุณสามารถหายใจเข้าออกได้ตามปกติเหมือนการเล่นกีฬาทั่วไป เนื่องจาก Zorb Ball ทำจากพลาสติกบางที่มีลักษณะยุบง่าย แม้น้ำหนักจะมาก แต่มีช่องว่างด้านในที่กว้าง พร้อมช่องเข้าออกที่เปิดอยู่เสมอ การเล่นกีฬาผาดโผนชนิดนี้จึงมีความปลอดภัย ไร้กังวล Zorb Ball จึงเป็นกิจกรรมกลางแจ้งที่สนุกเหมาะกับคุณและครอบครัว

นอกจากการกลิ้ง Zorb Ball ตามทางราบหรือลงเนินแล้ว ก็เริ่มมีการขยายรูปแบบการเล่นไปสู่การกลิ้ง Zorb Ball บนผิวน้ำอีกด้วย ยิ่งเล่นอยู่บนผิวน้ำก็ยิ่งต้องใช้พละกำลังในการบังคับการเคลื่อนไหวของลูกบอลเพิ่มขึ้น เป็นอีกทางเลือกของคนที่รักการออกกำลังกายที่น่าลองดูสักครั้งหนึ่ง

เล่น Zorb Ball ในแบบทีม เพิ่มความสนุกในวันพักผ่อน               

เมื่อคุณได้รู้จักและได้ลองกลิ้งลูกบอลยักษ์ไปบนพื้นดูแล้ว หากคุณตกหลุมรักการแข่งขันที่มากกว่าการบังคับลูกบอลไปในทิศที่คุณต้องการเพียงอย่างเดียวละก็ การเล่น Zorb Ball ในแบบทีมก็เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย ยิ่งในปัจจุบันมีที่เที่ยวมากมายที่พร้อมให้บริการเกี่ยวกับกิจกรรมแอดเวนเจอร์ และ Zorb Ball ก็เป็นหนึ่งกิจกรรมที่สถานที่เที่ยวบางแห่งมีไว้ให้คุณและเพื่อนได้ท้าทายซึ่งกันและกันอย่างเต็มที่ เช่น ในบางสถานที่ประยุกต์การเล่น Zorb ร่วมกับกีฬาฟุตบอล มีการแบ่งทีมผู้เล่น ใช้การกลิ้ง Zorb Ball แทนการวิ่งด้วยเท้า กลิ้งตัวเองไปชนคู่ต่อสู้ให้ไปยังประตูเป้าหมาย นับเป็นการเอา Zorb Ball มาสร้างความสามัคคีและใช้เวลาพักผ่อนของคุณได้เป็นอย่างดี

post

Balance Bike จักรยานขาไถ ของเล่นยุคใหม่ที่ไม่ควรพลาด

เมื่อวัยเด็กเราทุกคนคงปฏิเสธไม่ได้ว่าของเล่นเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของเรา เพื่อปูพื้นฐานการเรียนรู้มาจนเติบโต ของเล่นทั่วไปที่เราเคยเห็นกันมาสำหรับเด็กผู้หญิงก็คนไม่พ้นพวกตุ๊กตา ชุดทำครัว หรืออุปกรณ์ที่ช่วยเสริมจินตนาการ ส่วนพวกเด็กผู้ชายก็เน้นไปทางด้านการใช้พละกำลังด้านกีฬา เช่น ฟุตบอล บาสเกตบอล หรือพวกหุ่นยนต์เลียนแบบตัวการ์ตูนชื่อดัง เมื่อเวลาผ่านไปพร้อมกับวิวัฒนาการของสังคม ของเล่นเหล่านี้ก็ยังคงเป็นของเล่นที่อยู่กับเด็ก ๆ ไม่เปลี่ยนแปลง

แต่ในปัจจุบันมีของเล่นชนิดหนึ่งที่มีวิวัฒนาการมาเพื่อช่วยให้การเรียนรู้เสริมสร้างพัฒนาการของเด็ก ๆ ตั้งแต่เริ่มหัดเดิน นั้นก็คือ Balance Bike ชื่อภาษาไทยจำง่าย ๆ เรียกว่า จักรยานทรงตัว หรือที่รู้จักอีกชื่อหนึ่งก็คือ จักรยานขาไถ เป็นกิจกรรมสำหรับเด็กยุคใหม่ที่เริ่มเป็นที่สนใจของคุณพ่อคุณแม่ในปัจจุบัน เพราะจักรยานทรงตัวนี้จะช่วยให้เด็กที่เริ่มหัดก้าวเดินได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทรงตัว ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาอวัยวะสำคัญในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้อย่างดี

Balance Bike จักรยานขาไถ ความตื่นเต้นของนักแข่งรุ่นเยาว์

จักรยานทรงตัว เกิดขึ้นโดยนักประดิษฐ์ชาวเยอรมัน โดยมีแรงบันดาลใจจากการนำลักษณะของจักรยานและมอเตอร์ไซค์รวมเข้าด้วยกัน มีสองล้อคล้ายจักรยานทั่วไป แต่มีความเฉพาะตัวตรงที่ Balance Bike จะไม่มีคานเหยียบ ไม่มีโซ่ ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อใช้ในการขนสิ่งสินค้าเฉพาะบุคคล

หากคุณพ่อคุณแม่ที่สนใจให้ลูกของคุณได้ลองทำความรู้จักกับจักรยานขาไถ ก็สามารถเริ่มได้ตั้งแต่อายุประมาณ 18 เดือน หรือความพร้อมในการเริ่มหัดยืนของเด็ก รวมถึงความสนใจในอุปกรณ์ของตัวเด็กเองด้วย เมื่อลูกของคุณให้ความสนใจกับจักรยานขาไถเมื่อไร คุณก็ควรให้ความสำคัญในด้านความปลอดภัย ซึ่งการเล่นกีฬาจักรยานขาไถเด็ก ๆ จะได้เรียนรู้การจับจักรยานด้วยมือ การออกแรงดึงให้จักรยานตั้งตรง การนั่งในท่าที่สมดุล ได้ใช้แรงเท้าและแขนในการเคลื่อนตัวบังคับทิศทาง เป็นพัฒนาการการทำงานของระบบประสาทและสมองเข้าด้วยกัน ซึ่งกิจกรรมต่างเหล่านี้ต้องอาศัยการฝึกฝน จึงมีบ้างที่ลูกจะต้องล้มหรือสะดุดกับการเล่น คุณพ่อคุณแม่มีหน้าที่คอยสอดส่องและป้องกันความปลอดภัยให้เด็ก ๆ ด้วยการเสริมอุปกรณ์ป้องกันและพูดคุยทำความเข้าใจเรื่องความปลอดภัยให้แก่เขาด้วย

ในปัจจุบัน Balance Bike เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ในประเทศไทยก็เริ่มมีการจัดการแข่งขันจักรยานขาไถสำหรับเด็กอยู่หลายรายการ แน่นอนว่าเมื่อมีการแข่งขันก็จะทำให้เด็กได้เรียนรู้การเข้าสังคม ได้พบเจอกับเด็กในวัยใกล้เคียงกันและสนใจกิจกรรมเดียวกัน ทำให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ใหม่กับเพื่อน ๆ ยิ่งเมื่อต้องอยู่ในสนามแข่งขันก็ยิ่งเป็นการพัฒนาสมาธิให้จดจ่ออยู่กับอุปสรรคกีดขวางที่ถูกจัดไว้ภายในสนาม เช่น พวกทางเลี้ยว ทางโค้ง ทางชันต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดความตื่นเต้น ท้าทายความสามารถ สร้างความสนุกสนานและประสบการณ์แปลกใหม่สำหรับวัยเยาว์ได้เป็นอย่างดี                

เมื่อคุณรู้จัก Balance Bike แบบนี้แล้ว คุณก็อย่าลังเลที่จะแนะนำกีฬาเอ็กซ์ตรีมรุ่นเล็กนี้ให้กับลูกหรือเด็ก ๆ ที่คุณรู้จักได้ลองสัมผัสดูสักครั้ง ไม่แน่ว่าเด็ก ๆ อาจจะมีความตั้งใจหมั่นฝึกฝนจักรยานขาไถ แล้วเริ่มต้นตั้งเป้าหมายเพื่อการแข่งขันในระดับโลกต่อไป กลายเป็นนักแข่งจักรยาขาไถรุ่นเยาว์ในอนาคตก็เป็นได้

post

“Jumping Stilts” กีฬาสำหรับคนชอบกระโดด

คนเราตั้งแต่เล็กจนโตที่วันแต่ละวันย่อมมีการจินตนาการให้การเรียนรู้อยู่บ้าง และก็อาจมีบางครั้งที่คุณคงอยากลองใช้ชีวิตแบบสัตว์ต่าง ๆ ที่ได้เห็นในโทรทัศน์หรือตามสวนสัตว์ดูบ้าง อย่างเช่น อยากลองกระโดดได้สูงและวิ่งเร็วเหมือนจิงโจ้ ซึ่งในเมื่อโลกมีการพัฒนามากขึ้น ความคิดของคุณที่อยากกระโดดได้สูง ๆ ก็มีความเป็นจริงด้วยนวัตกรรมสมัยใหม่ที่เรียกว่า “Jumping Stilts”

Jumping Stilts เป็นกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่จัดอยู่ว่าเป็นกีฬาเสี่ยงชีวิตในระดับหนึ่ง กีฬาชนิดนี้เกิดขึ้นจากวิศวกรการบินและอวกาศชาวเยอรมัน นามว่า Alexander Boeck เขาประดิษฐ์ขึ้นในปี 2003 โดยมีแนวคิดเพื่อช่วยเหลือผู้พิการที่ต้องใส่ขาเทียม และได้ค้นพบว่าอุปกรณ์ของเขาสามารถทำให้ผู้สวมใส่กระโดดได้สูงขึ้นกว่า 3 เมตร รวมถึงสามารถวิ่งเร็วและไกลขึ้นอีกด้วย จึงเล็งเห็นถึงการเพิ่มความสะดวกสบายให้มนุษย์ด้วยการใส่ขาเทียม จนได้กล่าวว่า “การใส่ขาเทียมจะเป็นหนทางในการสร้างความสามารถให้มนุษย์ ไม่ใช่ใส่แล้วยิ่งเดินไม่สะดวก” ในช่วงแรก เรียกอุปกรณ์ขาเทียมนี้ว่า Powerbocking เพื่อเป็นเกียรติแก่อเล็กซานเดอร์

เมื่อมีการทดลองประดิษฐ์เครื่องเล่นชนิดนี้จนเป็นที่น่าพอใจ อเล็กซานเดอร์ได้นำมันออกมาเล่นในที่สาธารณะละแวกบ้าน แต่ด้วยเทคโนโลยีของการสื่อสาร ทำให้ Powerbocking ได้เป็นที่รู้จักผ่านแพลตฟอร์มวิดีโออย่างยูทูบ และได้รับความสนใจอย่างแพร่หลายในทุกมุมโลก จนกลายเป็นที่รู้จักในอีกชื่อหนึ่ง ก็คือ Jumping Stilts ซึ่งในปี 2008 ก็มีการให้ความสนใจใน Jumping Stilts เพิ่มมากขึ้นอีก เมื่อมีการใช้อุปกรณ์ชนิดนี้ร่วมกับการแสดง ทำให้นักแสดงสามารถกระโดดสูงได้จนน่าตกใจ สร้างความตื่นตะลึงให้กับผู้ชมทั่วโลก

“Jumping Stilts” ถึงอันตรายแต่ก็ท้าทายชีวิต               

การเล่น Jumping Stilts เป็นเรื่องง่ายที่จะเกิดอันตรายกับร่างกาย เนื่องการการต่อขาที่ช่วยให้คุณกระโดดได้สูงมากกว่า 3-4 เมตร หรือมากกว่านั้น ในระหว่างช่วงที่คุณลอยอยู่กลางอากาศ เมื่อเกิดการหมุนหรือพลิกกลับตัวผิดจังหวะ หากร่างกายไม่ว่าส่วนไหนของคุณกระทบลงพื้น ก็ย่อมเจ็บรุนแรงกว่าการกระโดดทั่วไป เพราะส่วนใหญ่การเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีมชนิดนี้คุณจะต้องยืนอยู่บนพื้นผิวที่แข็ง อย่างพื้นคอนกรีต ถ้าเจ็บเล็กน้อยก็แค่เกิดการถลอก แต่ถ้าหากพูดถึงการบาดเจ็บรุนแรง เช่น กระดูกแขนขาหักก็มีอยู่ให้เห็นเช่นกัน ดังนั้น เมื่อคุณหลงใหลการกระโดดได้สูง ๆ วิ่งได้ไกล ๆ ด้วยขาทั้งสองของคุณเองแล้ว นอกจากตัวอุปกรณ์ Jumping Stilts เองแล้ว คุณก็ต้องมีความพร้อมในการซื้ออุปกรณ์เสริมที่จะเข้ามาช่วยป้องกันอันตรายกับร่างกายด้วย อาทิ สนับเข่า สนับศอก ไปจนถึงหมวกกันน็อคที่พอดีกับศีรษะ เมื่ออุปกรณ์ต่างพร้อม คุณก็จะสามารถฝึกฝนการเล่น Jumping Stilts ได้อย่างปลอดภัย ได้สมติให้ตัวเองได้กระโดดสูงอย่างอิสระ เลียนแบบท่าทางการกระโดดให้เหมือนจิงโจ้อย่างที่คุณเคยจินตนาการ ไปถึงตีลังกาก็ย่อมทำได้

post

กีฬาเอ็กซ์ตรีมสุดคลั่งแนวใหม่ที่แค่เห็นก็ใจเต้นแรง

คนส่วนใหญ่เมื่อได้ยินคำว่า “กีฬาเอ็กซ์ตรีม” หรือเรียกเป็นภาษาไทยว่า “กีฬาผาดโผน” ในมโนภาพความคิดก็คือกีฬาที่นอกจากในพละกำลังในการเล่นแล้ว สิ่งที่เด่นชัดของกีฬาเอ็กซ์ตรีมก็คงไม่พ้นความผาดโผนโจนทะยาน ความอันตรายที่อยู่ใกล้เอื้อม ถ้าหากผู้เล่นไม่มีความชำนาญมากพอ แต่ถึงอย่างไรกีฬาเอ็กซ์ตรีมหลาย ๆ รูปแบบก็ยังเป็นที่นิยมกันทั่วโลก กีฬาบางชนิด เช่น เบรกกิ้งหรือเบรกแดนซ์, ปีนหน้าผา, สเกตบอร์ด และเซิร์ฟบอร์ด ก็ถึงกับถูกเสนอชื่อเพื่อให้มีการพิจารณาเข้าบรรจุเป็นกีฬาในมหกรรมโอลิมปิก ปี 2024 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสอีกด้วย

กีฬาเอ็กซ์ตรีมนอกจากผู้เล่นจะได้ความแข็งแรงของร่างกาย สิ่งที่ยังคงเอกลักษณ์ของกีฬาก็คือความตื่นเต้นท้าทาย ยิ่งในปัจจุบันยิ่งเริ่มมีกีฬาเอ็กซ์ตรีมแนวใหม่ที่เริ่มเข้ามากระตุกต่อมความอยากรู้อยากลองของคนที่หลงใหลกีฬาเสี่ยงตาย ให้ร่างกายได้สูบฉีดอะดรีนาลีนจนลืมอันตรายกันไปเลยก็มี อย่างเช่น 2 กีฬาเอ็กซ์ตรีมสุดบ้าคลั่งที่อยากให้คุณได้รู้จักกันนี้

Volcano boarding

สำหรับใครที่หลงใหลการป่ายปีน ชอบดื่มด่ำกับสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ แค่ปีนเขาก็เป็นเรื่องที่เสี่ยงอันตรายอยู่แล้ว แต่ยังมีการปีนขึ้นภูเขาที่ยิ่งเสี่ยงชีวิตมากกว่าภูเขาทั่วไปอีกเท่าตัว นั่นก็คือการปีนขึ้นภูเขาไฟ และแน่นนอนว่าความท้าทายจิตใจก็จะเกิดตามมา จนเกิดเป็นกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่เรียกว่า “Volcano boarding” หรือเข้าใจง่าย ๆ ก็คือ กระดานเลื่อนบนภูเขาไฟนั่นเอง

Volcano boarding คือการเลื่อนกระดานจากยอดภูเขาไฟด้วยความเร็วไปตามความลาดเอียงของภูเขา ผู้เล่นต้องบังคับให้กระดานที่ตัวเองนั่งอยู่มีความเร็วที่พอเหมาะ กระดานที่ใช้เป็นเพียงไม้กระดานที่พื้นเป็นโลหะที่ทนต่อแรงเสียดสีของจากพื้นหินลาวา ปลายด้านหน้าติดเชือกเพื่อใช้ยึดเกาะและบังคับทิศทาง บรรยากาศรอบด้านที่คุณจะได้สัมผัส ก็คือความร้อนจากหินลาวา สภาพอากาศที่เต็มไปด้วยคาร์บอนไดออกไซด์ เผชิญกับแรงลมที่ปะทะใบหน้าตลอดเวลา เป็นความรู้สึกบ้าคลั่งที่อาจจะทำให้คนที่ชอบการเสี่ยงตายตกหลุมรัก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการเล่น Volcano boarding ก็ต้องมีการป้องกันร่างกายทั้งการใส่แว่นตากันลมและฝุ่น การสวมถุงมือ สวมรองเท้าที่หนาพอ รวมถึงสวมชุดที่รองรับการเสียดสีเพื่อป้องกันการบาดเจ็บของผิวหนังของคุณด้วย

Crocodile bungee

Bungee Jump ที่เรารู้กันคือการผู้ขาสองข้างติดกันก่อนที่เราจะทิ้งดิ่งพสุธาลงมา ปล่อยตัวให้หล่นตามแรงโน้มถ่วงของโลก ในเสี้ยววินาทีนั้นคุณอาจจะได้ปลดปล่อยความกลัวออกมาเป็นเสียงกรีดร้อง เมื่อสุดปลายเชือกจนหมดแรงดึง คุณก็ถึงพื้นอย่างปลอดภัย นับเป็นกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน

แล้วถ้าคุณเคยได้ยินประโยคที่ว่า “ธรรมดาโลกไม่จำ” มาก่อน การลองเล่น Crocodile bungee ก็เรียกได้ว่าคุณไปถึงจุดที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน เพียงแค่คุณกระโดดบันจี้จั้มพ์ ทิ้งตัวเองให้เหมือนลูกโยโย่อยู่เหนือจระเข้นับสิบตัวหรือมากกว่านั้น บวกกับใจที่พร้อมเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตที่ขึ้นชื่อว่าขากรรไกรแข็งแรงที่สุดในโลก คุณก็จะพบกับความเสี่ยงตายที่น้อยคนนักจะยอมเล่นมัน ถ้าหากคุณอยากลองสัมผัส Crocodile bungee ที่ที่ควรจะไปเยือนก็คือแม่น้ำแซมบีซี ประเทศแอฟริกา

post

กีฬาเอ็กซ์ตรีมท้าทายที่เสี่ยงตายด้วยความสูง

เรามักเรียกคนที่ชอบพาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงภัยต่อชีวิตว่า “เอาชีวิตไปแขวนไว้บนเส้นด้าย” เพราะถ้าด้ายที่แสนบอบบางนั้นขาด ก็เท่ากับชีวิตที่จะได้รับอันตราย แต่ถึงกระนั้นบนโลกใบนี้ที่มีประชากรนับหมื่นนับล้าน ก็ย่อมมีคนที่ชอบความเสี่ยงอันตราย เพียงเพราะคลั่งไคล้ความสุขจากสารอะดรีนาลีนที่หลั่งออกมาเมื่อรู้สึกตื่นเต้น อย่างเช่นกีฬาที่ชอบเล่นกีฬาเสี่ยงตายด้วยความสูงเหล่านี้

Highlining

การเดินบนเส้นเชือกที่แทบไม่ได้ใช้อุปกรณ์ใดใดเลย คุณต้องพยายามเดินอยู่บนเส้นเชือกที่ขึงจากฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่ง ไม่ว่าจะระหว่างยอดไม้สูงชะลูดในป่าเขา หรือยอดตึกที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางใจเมือง เป็นกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่ต้องอาศัยความแน่วแน่ของสติและสมาธิอย่างมาก เพราะถ้าหากคุณลื่นหรือสะดุด สิ่งเดียวที่จะช่วยชีวิตของคุณได้ก็คือสายรัดข้อเท้าที่ติดอยู่กับเชือกเท่านั้น

 Solo Climbing

วิธีปีนเขาสูงโดยที่ไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย คุณต้องการแค่เพียงร้องเท้าปีนเขาที่ดีหนึ่งคู่และถุงชอล์กที่ให้คุณเอาไว้ซับเหงื่อบนฝ่ามือเมื่อคุณรู้สึกตื่นเต้นก็เพียงพอ และคุณต้องตระหนักอยู่เสมอในขณะปีนสูงขึ้นเรื่อย ๆ ว่าถ้าคุณพลาด คุณก็มีสิทธิ์กลับขึ้นสวรรค์ได้อย่างง่ายดาย

Wingwalking

แค่ได้ยินชื่อก็คงสงสัยแล้วว่าทำไมการเดินอยู่บนปีกเครื่องบินถึงกลายมาเป็นกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่มีคนกล้าท้าทายความสูง ที่ยากตั้งแต่การบังคับเครื่องบินปีกสองชั้นให้ร่อนอยู่บนอากาศ แถมยังเพิ่มความปั่นป่วนในช่องท้องด้วยการเดินไปบนปีกเครื่องบินที่มีความเร็วกว่า 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความรู้สึกที่คุณได้เล่นรถไฟเหาะเป็นอย่างไร การเดินไปบนปีกเครื่องบนก็คงทำคุณเกิดอาการหวิวในท้องมากกว่ารถไฟเหาะหลายเท่า ถ้าคุณชอบก็นับเป็นกิจกรรมเสี่ยงตายที่น่าจะเปลี่ยนความเบื่อหน่ายในชีวิตก็เป็นได้

Wingsuit Flying

Wingsuit Flying เป็นกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่เข้ามาทำให้การดิ่งพสุธาของคุณมีสีสันมากขึ้น จากแต่ก่อนการกระโดดจากเครื่องบิน มีเพียงการกระโดดร่มเพียงเท่านั้น การสวม Wingsuit ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้คุณได้สัมผัสกับอากาศมากขึ้นด้วยชุดผ้าที่มีการตัดเย็บเพิ่มลูกเล่นตรงช่วงหว่างขาและใต้แขน คล้ายกระรอกบินหรือไม่ก็ค้างคาว คุณสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ และบังคับทิศทางและร่อนไปบนผืนฟ้ากว้างใหญ่ได้ตามอำเภอใจ มองเห็นภาพจากมุมสูงอย่างนกอินทรี ก่อนจบด้วยการกางร่มชูชีพเพื่อร่อนลงสู่พื้นได้อย่างปลอดภัย                

ที่กล่าวมาเป็นพียงแค่บางชนิดกีฬาที่ใช้ความสูงเข้ามาสร้างความเร้าใจให้กับชีวิตของคุณ ยังมีกีฬาเสี่ยงตายอีกไม่น้อยที่หากคุณชอบความตื่นเต้นท้าทาย คุณก็ต้องมีความพร้อมที่จะเสี่ยงชีวิต เพราะในทุกวินาทีที่พลาด นั่นอาจหมายถึงครั้งสุดท้ายที่คุณจะได้ผจญภัยไปกับกีฬาเหล่านี้

post

3 กีฬาเอ็กซ์ตรีมน้องใหม่ในโอลิมปิกฤดูร้อน 2020

เมื่อไม่นานมานี้คณะกรรมการโอลิมปิกสากล หรือ IOC ได้มีการโหวตลงคะแนนรับ 5 ชนิดกีฬา ได้แก่ สเก็ตบอร์ด, ซอฟท์บอล, เซิร์ฟบอร์ด, ปีนหน้าผา และคาราเต้โด ให้ได้รับบรรจุเข้าสู่การแข่งขันในโอลิมปิกเกมส์ 2020 หรือ Tokyo Olympic 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งสามในห้าของกีฬาที่ได้รับการโหวตนี้ เป็นกีฬาประเภทเอ็กซ์ตรีม จึงนับเป็นข่าวดีของวงการกีฬาเอ็กซ์ตรีมเลยทีเดียว

3 กีฬาเอ็กซ์ตรีมน้องใหม่ที่จะเริ่มมีการชิงชัยในโอลิมปิก 2020 เป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมมานาน แต่ก็อาจจะเป็นที่สนใจเฉพาะคนบางกลุ่ม ซึ่งเมื่อได้รับการบรรจุเป็นหนึ่งในการแข่งขันกีฬาของมวลมนุษยชาติ เวลานี้ก็ยังไม่สายที่เราจะเริ่มทำความรู้จักทั้ง 3 ชนิดกีฬานี้ไปด้วยกัน

เซิร์ฟบอร์ด (Surfing)

มีคนนับหมื่นนับพันหลงใหลในท้องฟ้า น้ำทะเล แสงแดด สายลมและเกลียวคลื่นจะให้ความสนใจในกีฬาเซิร์ฟบอร์ดหรือกระดานโต้คลื่น และในกีฬาโอลิมปิก 2020 คุณจะได้เห็นกีฬาเซิร์ฟบอร์ด ในการแข่งขันแบบ Shortboards อีกด้วย เซิร์ฟบอร์ดนับเป็นกีฬาที่มีอันตรายสูงจึงถูกจัดให้อยู่ในประเภทกีฬาเอ็กซ์ตรีม เพราะเมื่อคุณทรงตัวอยู่เหนือระดับน้ำที่คุณไม่สามารถคาดเดาหรือควบคุมได้ กระแสน้ำที่รุนแรงก็สามารถซัดให้คุณออกนอกเส้นทาง ไม่ก็พาคุณไปกระทบกับโขดหินหรือแนวปะการังจนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เพราะฉะนั้นเมื่อคุณเล่นเซิร์ฟบอร์ด คุณควรประเมินสถานการณ์อยู่เสมอ ไม่นำตัวเองไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงเกินไป ถึงแม้ว่าคุณจะตกหลุมรักเกลียวคลื่นมากแค่ไหนก็ตาม

ปีนหน้าผา (Sport climbing)

กีฬาปีนหน้าผาเป็นหนึ่งกีฬาที่เราอาจเคยได้ยินชื่อกีฬานี้มาตั้งแต่เด็กจนถึงโตเป็นผู้ใหญ่ แต่มีโอกาสน้อยนักที่เราจะได้เห็นการแข่งขันที่แพร่หลายจากสื่อต่าง ๆ ในความคิดกีฬาปีนหน้าผาก็คงมีแค่การปีนขึ้นหน้าผาสูงเพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริงวิธีปีนหน้าผานั้น มีมากมายหลายแบบ เช่นในกีฬาโอลิมปิก 2020 นี้ได้นำกีฬาปีนหน้าผามาให้แข่งขันในสามรูปแบบ นั่นคือ Speed climbing คือการปีนหน้าผาแบบเร็ว, Bouldering คือการปีนหน้าผาแบบไม่ใช้เชือก โดยการปีนป่ายไปด้านซ้ายและขวา และ Lead Climbing คือการปีนน้าผาที่ต้องนำเชือกไปติดกับอุปกรณ์บนหน้าผา

กีฬาปีนเขาเป็นกีฬาที่ต้องอาศัยความแข็งแกร่งของร่างกาย การอดทนฝึกฝน รวมถึงการนำเอาเทคนิคของกีฬายิมนาสติกเข้ามาช่วยให้การปีนหน้าผาดูลื่นไหลไร้สะดุด ถึงแม้หน้าผาบางชนิดจะไม่สูงมาก อย่างไรก็แล้วแต่ถ้าหากคุณอยากลองท้าความสูงกับกีฬาปีนหน้าผาดูสักครั้งก็อย่าลืมดูแลความแข็งแรงของอุปกรณ์และความปลอดภัยของตัวเองด้วย

สเก็ตบอร์ด (Skateboarding)

เมื่อพูดถึงกีฬาผาดโผนที่โด่งดังอีกชนิดหนึ่งก็คงหนีไม่พ้น “สเก็ตบอร์ด” เป็นสิ่งที่ถูกใจวัยแรกรุ่นมาช้านาน และในโอลิมปิก 2020 กีฬาของวัยโจ๋นี้ก็ได้รับเลือกให้เข้ามามีบทบาทในการแข่งขันทั้งในรูปแบบ Street และ Park สร้างความตื่นเต้นให้ผู้ที่ตกหลุมรักเจ้ากระดานแคบมีล้อนี้ทุกมุมโลก การได้ไถสเก็ตบอร์ดไปบนพื้น จนถึงการออกลีลากระโดด การหมุนตัวไปในอากาศ ใช้เทคนิคต่าง ๆ ออกมาวาดลวดลายอย่างน่าทึ่งแล้วกลับมาทรงตัวอยู่บนแผ่นกระดานของคุณอีกครั้ง คงเป็นความรู้สึกมหัศจรรย์อย่างแน่นอน                

เมื่อคุณได้รู้จักกีฬาเอ็กซ์ตรีมทั้งสามชนิดในฐานะน้องใหม่ของมหกรรมโอลิมปิกแล้ว ก็สามารถร่วมเชียร์และให้กำลังใจเหล่านักกีฬาที่กำลังฝึกฝนเพื่อเข้าชิงชัยในกีฬาเหล่านี้ได้ ตามสื่อต่าง ๆ หรือถ้าอยากลองเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีมทั้งสามนี้ คุณก็อย่าลังเลที่จะเริ่มเรียนรู้ตั้งแต่นาทีนี้เป็นต้นไป

post

เหตุผลง่าย ๆ ที่คนชอบเล่น “กีฬาเอ็กซ์ตรีม”

คุณเคยตั้งคำถามกับตัวเองหรือกับเพื่อนของคุณหรือไม่ เมื่อคุณได้เห็นใครก็ตามที่กำลังเล่นกีฬาผาดโผน หรือเรียกกันว่า “กีฬาเอ็กซ์ตรีม” ที่เป็นกิจกรรมครอบคลุมกีฬาแนวบ้าระห่ำทุกชนิด สโนว์บอร์ด ปีนเขา ล่องแก่ง แข่งรถ กระโดดร่ม ปั่นจักรยาน BMX และอีกหลากหลายกีฬาที่ล้วนมีความอันตรายทั้งร่างกายไปจนถึงชีวิต

นักเล่นกีฬาผาดโผนต่างให้ความเห็นตรงกันที่ว่า การเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีมก็คือสิ่งที่ดึงดูดใจ เมื่อได้ลองเล่นกีฬาอันตราย ได้สัมผัสความเร่งเร้าใจ พวกเขาจะรู้สึกถึงการได้ปลดปล่อยความเครียดที่อัดแน่นจากการเรียนหรือการทำงาน ร่างกายได้สูบฉีดเลือด มีความสุขจากสารอะดรีนาลีนที่หลั่งออกมาให้ร่างกาย รับรู้ถึงหัวใจที่เต้นรัวเมื่อได้เผชิญความแปลกใหม่ของสถานการณ์เฉพาะหน้าจากการเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีมในแบบที่ชอบ

ไม่จำเป็นจะต้องมีเพียงวัยหนุ่ม วัยสาวเท่านั้นที่จะสามารถเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีมได้ เพราะในปัจจุบัน กีฬาเอ็กซ์ตรีมได้มีวิวัฒนาการให้เกิดชนิดกีฬาที่เหมาะสมกับคนในวัยต่าง ๆ ตั้งแต่เริ่มหัดเดิน เช่น จักรยานขาไถ ไปจนถึงวัยชราที่ยังคงมีไฟและแรงใจในการเล่นกีฬา เช่น Scuba Diving ถึงแม้ไม่ได้ใช้พละกำลังมาเหมือนเช่นหนุ่มสาว แต่ก็นับเป็นกิจกรรมที่ช่วยชะลอความแก่ได้อยู่ไม่น้อย แถมยังเป็นการออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรงอีกด้วย

ความตื่นเต้นเมื่อได้เสี่ยง

หากอธิบายเหตุผลที่คนชอบกีฬาเอ็กซ์ตรีมตามหลักวิทยาศาสตร์ให้เข้าใจง่าย ๆ นั้นก็คือ มนุษย์เราชอบความเสี่ยง การพาชีวิตตัวเองไปอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่เสี่ยงจะกระตุ้นให้ต่อมหมวกไตหลังสารอะดรีนาลีนออกมากทำให้หัวใจเต้นอย่างแรง ทำให้เลือดสูบฉีดไปเลี้ยงเนื้อเยื่อต่าง ๆ ในช่วงที่ร่างกายเกิดความเครียดในสภาพที่ไม่ปลอดภัย ทำให้ร่างกายจะพร้อมต่อสู้หรือหลบหนี ทำให้คนเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีมหลงใหลสภาวะเหล่านั้น เพราะร่างกายพร้อมตอบสนองกับกิจกรรมที่อาศัยความรวดเร็วและใช้กำลังมาก

สร้างความมั่นใจให้ตัวเองจากกีฬาเอ็กซ์ตรีม

กีฬาเอ็กซ์ตรีมทำให้คุณอยากเอาชนะความท้าทายภายในจิตใจและร่างกายที่บางครั้งก็ยากต่อการควบคุม เมื่อคุณเอาชนะความท้าทายที่เกิดเหล่าขึ้นได้รางวัลที่ได้รับอย่างแรกก็คือร่างกายที่แข็งแรง เป็นการเสริมสร้างความมั่นใจให้ตัวคุณจากการเล่นกีฬาผาดโผน ยิ่งเมื่อได้ลองกีฬาเอ็กซ์ตรีมในชนิดที่ยากมากยิ่งขึ้น คุณจะเกิดความภูมิใจในตัวเอง ผลพลอยได้ที่ตามมาก็คือการรวมกลุ่มกันเป็นสังคม ซึ่งโดยธรรมชาติของมนุษย์ที่มักอยู่ร่วมกันเป็นสังคมแล้ว เมื่อคนที่รักในความตื่นเต้นจากการเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีมได้มาอยู่ร่วมกัน ก็จะเกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และทัศนคติระหว่างกันมากขึ้น เมื่อมีการร่วมตัวทำกิจกรรมผาดโผนร่วมกัน ก็จะทำให้คนที่สังเกตการณ์อยู่ภายนอกให้ความสนใจ จนบางครั้งก็อยากลองเข้ามาร่วมเล่นกีฬาผาดโผนก็เป็นได้                

ที่ว่ามาเป็นเพียงเหตุผลง่าย ๆ ที่ทำให้กีฬาเอ็กซ์ตรีมมีความน่าสนใจ ยังมีเหตุผลอีกมากมายที่รอให้คุณมาพิสูจน์และจับต้องในกีฬาแต่ละชนิด เพราะฉะนั้นเมื่อไรที่คุณรู้สึกเบื่อหน่ายจากการทำงาน ก็ลองมองหาข้อมูลกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่คุณสนใจจากอินเตอร์เน็ตดูสักอย่าง หากคุณเห็นแล้วอยากลองดูสักครั้งในชีวิตก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย

post

สเก็ตบอร์ด กีฬาเร้าใจบนกระดานแผ่นเล็กแต่อันตรายใหญ่

สเก็ตบอร์ดเป็นกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่กำลังจะมีการเปิดศึกชิงเหรียญทองอย่างเป็นทางการในโอลิมปิกเกมส์ 2020 หรือ Tokyo Olympic 2020 ประเทศญี่ปุ่น จึงได้รับความสนใจจากผู้คนจำนวนมาก เนื่องจากหาอุปกรณ์ได้ง่าย มีขนาดกะทัดรัดพกพาไปไหนสะดวก จึงทำให้สเก็ตบอร์ดเป็นกีฬาผาดโผนที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก

ท่ามกลางความน่าหลงใหลของสเก็ตบอร์ดนั้น ในอีกด้านหนึ่งสเก็ตบอร์ดก็เป็นกีฬาที่ผู้เล่นประสบอุบัติเหตุมากเป็นอันดับต้น ๆ ในปี 2018 มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการเล่นสเก็ตบอร์ดกว่า 98,000 ราย ที่ถูกพาเข้าห้องฉุกเฉินจากการเล่นสเก็ตบอร์ด และมากกว่าครึ่งในจำนวนผู้บาดเจ็บเป็นเด็กอายุ 15 ไปจนถึง 24 ปี

อาการส่วนใหญ่ที่นักสเก็ตบอร์ดได้รับนั้นก็คืออาการบาดเจ็บที่ข้อมือ ตั้งแต่อาการคัดยอกไปจนถึงกระดูกร้าวหรือหัก หรืออาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นบนศีรษะและใบหน้า ตลอดจนร่างกายทุกส่วนก็สามารถเกิดถ้าหากผู้เล่นไม่ได้ระวังตัวด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นหากคุณอยากได้ความสนุกจากกีฬาชนิดนี้ คุณก็ควรเรียนรู้วิธีป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นระหว่างการเล่นสเก็ตบอร์ด ซึ่งการป้องกันตัวเองอย่างเข้าใจง่ายมีเพียงไม่กี่ข้อดังนี้

การตรวจเช็คสเก็ตบอร์ด

แน่นอนว่าอุปกรณ์ที่สำคัญที่สุดก็คือตัวของสเก็ตบอร์ด ตรวจสอบว่าไม่มีจุดใดเกิดความบกพร่อง เช่น ไม่มีชิ้นส่วนใดชำรุด พื้นผิวกระดานไม่ลื่นเกินไป และล้อที่ไม่มีรอยแตก ยึดติดกับแผ่นกระดานอย่างแน่หนา

ป้องกันตัวเองด้วยอุปกรณ์ป้องกันการบาดเจ็บ

อุปกรณ์ป้องกันการบาดเจ็บจะช่วยเสริมความมั่นใจในการเล่นสเก็ตบอร์ดให้แก่คุณ ช่วยบรรเทาอาการบาดเจ็บเมื่อเกิดอุบัติเหตุจากการเล่นสเก็ตบอร์ด สิ่งแรกที่ควรนึกถึงก็คือหมวกกันน็อก ควรเลือกใช้แบบที่ได้มาตรฐาน แข็งแรง ทนแรงกระแทกเพื่อป้องกันการกระทบกระเทือนศีรษะ รองลงมาคืออุปกรณ์ป้องกันทั่วร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น รองเท้ากันลื่น สนับเข่า สนับศอก ปลอกข้อมือหรือ Wrist guards หรือแม้กระทั่งแว่นตากันลม

เรียนรู้เกี่ยวกับเทคนิคการล้ม

นักสเก็ตบอร์ดที่ชำนาญหลายคนจะเรียนรู้วิธีการล้มจาการฝึกฝนสะสมประสบการณ์ ส่วนใหญ่การล้มแต่ละครั้งจะได้รับการบาดเจ็บมากน้อยแตกต่างกันไป อยู่ที่ผู้เล่นจะมีวิธีการล้มอย่างไรที่ให้เจ็บตัวน้อยที่สุด อย่างเช่น เมื่อเริ่มทรงตัวไม่ได้ ก็ใช้การหมอบป้องกันการล้ม ถ้าหากล้มก็ใช้การม้วนตัวแทนการรับน้ำหนักด้วยมือเพื่อไม่ให้ข้อมือได้รับการกระทบกระเทือน หรือไม่ก็หัดลองทิ้งตัวลงให้ล้มบนพื้นหญ้านุ่ม ก็ล้วนแต่เป็นการฝึกฝนประสบการณ์ทั้งนั้น

ปฏิบัติตามกฎกติกาอย่างเคร่งครัด

เมื่อกล่าวว่าสเก็ตบอร์ดคือกีฬาสำหรับทุกคน แต่ถึงอย่างไร ผู้เล่นสเก็ตบอร์ดก็ไม่ควรมีอายุต่ำกว่า 6 ปี และผู้เล่นในวัยเด็ก ควรมีผู้ปกครองคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ปฏิบัติตัวตามกฎระเบียบ เช่น ไม่เล่นสเก็ตบอร์ดบนถนน ถึงแม้จะเป็นเพียงถนนโล่งในหมู่บ้านจัดสรรก็ตาม อย่าให้การเล่นสเก็ตบอร์ดของเราไปขวางทางของใคร ไม่ควรสวมหูฟังในขณะเล่นสเก็ตบอร์ด หากได้ลองไปเล่นสเก็ตบอร์ดในสวนที่มีผู้คนมากหน้าหลายตา ก็ควรให้เกียรติผู้เล่นสเก็ตบอร์ดคนอื่น ๆ ด้วย                

เมื่อผู้เล่นตระหนักถึงการป้องกันอุบัติเหตุจากการเล่นกีฬาสเก็ตบอร์ดแล้ว ก็จะสามารถหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บสาหัสที่จะเกิดขึ้นในขณะเล่นได้

post

Tandem Skydiving กีฬาเอ็กซ์ตรีมที่ทำให้ใคร ๆ ก็ดิ่งพสุธาได้

มนุษย์มีความต้องการที่จะบินให้ได้เหมือนกับนกมาแต่ไหนแต่ไร ไม่ว่าจะด้วยความรักอิสระหรือความต้องการที่จะสัมผัสมุมมองในแบบที่นกเห็น ร่มชูชีพจึงถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้มนุษย์ล่องลอยอยู่กลางอากาศและตกลงสู่พื้นดินได้ช้าลงอย่างปลอดภัย แต่การจะเป็นนักดิ่งพสุธาได้นั้นต้องผ่านการฝึกฝนหลายขั้นตอน แถมยังต้องผ่านการสอบเพื่อให้ได้ใบอนุญาตอีกด้วย เพราะหากมีความผิดพลาดเกิดขึ้นระหว่างทำการกระโดดร่มนั่นอาจหมายถึงชีวิตเลยทีเดียว ดังนั้นจึงมีคนจำนวนน้อยนิดที่ได้รับประสบการณ์ Bird eye view กับตาตัวเอง จนกระทั่ง Tandem Skydiving ได้กลายมาเป็นทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการดิ่งพสุธาแบบเร่งรัด

Tandem Skydiving คือ การกระโดดร่มดิ่งพสุธาพร้อมกันระหว่างนักกระโดดร่มหน้าใหม่และนักกระโดดร่มครูฝึกผู้มากประสบการณ์ ถ้าคุณต้องการความตื่นเต้น VWIN ขอแนะนำกีฬานี้เลย โดยการเล่นจะใช้สายรัดล็อคตัวทั้งคู่ไว้ด้วยกันขณะทำการกระโดดจากความสูง 13,000 ฟิต หรือประมาณ 4,000 เมตร ซึ่งนักกระโดดร่มหน้าใหม่จะได้บินกลางอากาศอย่างอิสระพร้อมกับรับชมวิวแบบ 360 องศาในระหว่างที่นักกระโดดร่มครูฝึกควบคุมร่มชูชีพลงสู่พื้นดิน เดิมทีการกระโดดร่มแบบแทนดั้ม ถูกนำมาใช้เป็นการฝึกภาคปฏิบัติของนักกระโดดร่มรุ่นใหม่ ซึ่งครูฝึกจะคอยทำหน้าที่เฝ้าระวังในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น แต่ในปัจจุบันการกระโดดร่มแบบแทนดั้มได้กลายมาเป็นธุรกิจกีฬาให้กับผู้ที่ต้องการกระโดดร่มโดยไม่ต้องทำการฝึกฝนใด ๆ

การกระโดดร่มแบบแทนดั้ม สามารถเล่นได้ตั้งแต่อายุ 12 ปีขึ้นไป แต่ต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 110 กิโลกรัม ผู้เล่นที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีต้องได้รับการยินยอมจากผู้ปกครองเสียก่อน ส่วนผู้เล่นที่อายุมากกว่า 60 ปีต้องมีเอกสารทางการแพทย์รับรอง โดยมีข้อกำหนดสำหรับผู้เล่น ดังนี้

1. มีสุขภาพแข็งแรง ไม่เป็นโรคที่เป็นอันตรายต่อการกระโดดร่ม เช่น โรคทางช่องหู หรือโรคระบบทางเดินหายใจ
2. ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนการกระโดดร่ม และไม่ใช้สารเสพติดทุกชนิด
3. ไม่ผ่านการดำน้ำแบบสคูบ้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนการกระโดดร่ม

หากผู้เล่นมีคุณสมบัติพร้อมสำหรับการกระโดดร่มแบบแทนดั้ม ครูฝึกจะทำการติดตั้งอุปกรณ์ในการกระโดดกับตัวผู้เล่นพร้อมทั้งชี้แจงข้อปฏิบัติตัวต่าง ๆ จากนั้นจะพานั่งเครื่องบินประมาณ 20 นาทีขึ้นไปที่ความสูง 13,000 ฟิต เมื่อถึงจุดกระโดดครูฝึกจะเกี่ยวสายรัดล็อคติดกับตัวผู้เล่นแล้วกระโดดออกจากเครื่องบิน โดยทั้งคู่จะดิ่งพสุธาไปด้วยกันที่ความเร็วประมาณ 200 กิโลเมตร/ชั่วโมง หลังจากนั้น 60 วินาที ครูฝึกจะกระตุกร่มชูชีพที่ระดับ 5,000 ฟิต ระหว่างนี้ผู้เล่นจะได้รับชมความสวยงามของวิวรอบตัวประมาณ 5 นาทีจึงลงสู่พื้นดิน เมื่อทำการกระโดดร่มเสร็จแล้วผู้เล่นจะได้ใบรับรองเป็นเครื่องยืนยันถึงความกล้าท้าแรงดึงดูดของโลก โดยค่าใช้จ่ายในการกระโดดร่มแบบแทนดั้มนี้อยู่ที่ประมาณ 12,000 บาทต่อคน นอกจากนั้นผู้เล่นยังเลือกเก็บภาพความประทับใจระหว่างการกระโดดผ่านกล้อง GoPro ติดข้อมือของครูฝึก หรือเลือกให้มีตากล้องกระโดดลงมาพร้อมกันเพื่อบันทึกวีดีโอเอาไว้ตลอดการเดินทางก็ได้ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมประมาณ 2,000 – 5,000 บาท

แม้การกระโดดร่มแบบแทนดั้มดูจะเป็นกีฬาที่มีความอันตรายสูง แต่ด้วยระบบความปลอดภัยของอุปกรณ์ รวมถึงประสบการณ์โชกโชนของครูฝึก หากผู้เล่นปฏิบัติตามคำแนะนำในการกระโดดร่มอย่างเคร่งครัดก็ไม่มีอะไรต้องเป็นกังวล แล้วการกระโดดร่มเสี่ยงตายจะเป็นหนึ่งในโมเมนต์ที่คุณจะจดจำไปตลอดชีวิต