post

ตำนานว่าวไทยควรค่าแค่ไหนกับการเป็นมรดกโลก

เท้าความถึงสมัยโบราณที่มีการทำว่าวขึ้นมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระเพทราชา ที่ไม่ใช่แค่ความสนุกสนานหรือเป็นการละเล่นเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น แต่เพื่อการศึกสงครามกันเลยทีเดียวโดยมีการทำดินดำที่ใช้ระเบิดใส่หม้อและผูกกับสายป่าน เพื่อชักขึ้นไปแล้วไปตกลงเพื่อเผาบ้านเมืองกันเลยทีเดียว ต่อมาในสมัยรัตนโกสินทร์ได้มีการส่งเสริมการเล่นว่าวอย่างจริงจังโดยให้มีการจัดแข่งขันที่ท้องสนามหลวง ระหว่างว่าวจุฬาและว่าวปักเป้า จนเป็นสถานที่ในตำนานของการเล่นว่าวและสืบสานกันมาจนถึงยุคพุทธศักราช 2526 ภาครัฐและเอกชนได้ส่งเสริมประเพณีและส่งเสริมการแข่งขันว่าวโดยมีการแข่งขันและจัดนิทรรศการว่าวที่ท้องสนามหลวง เพื่อสืบสานความเป็นตำนานของว่าวไทย เพื่อไม่ให้มันเลือนหายไปจากเมืองไทย

และด้วยความเป็นว่าวไทยตั้งแต่ยุคสมัยโบราณการทำว่าวจึงสอดแทรกศิลปะ และเอกลักษณ์ของความเป็นไทยผ่านความละเอียดอ่อนจากการทำว่าว ไม่ว่าจะเป็นการเหลาไม้ไผ่ในการขึ้นโครงมีมากมายหลายวิธี หรือจะเป็นการใช้ใบไม้ต่าง ๆ มาทำเป็นว่าวในสมัยโบราณแล้วค่อย ๆ พัฒนามาเป็นกระดาษสาจีน ที่ได้รับอิทธิพลมาจากพ่อค้าสำเภาที่นำกระดาษเข้ามา หรือเริ่มจะเป็นกระดาษว่าวที่บางพิเศษที่นำมาผลิตว่าวโดยเฉพาะ ล้วนแล้วแต่มีความเป็นไทยสอดแทรกเข้าไปทั้งนั้น

ศิลปะไทยกับการผลิตว่าวกับการสอดแทรกความเป็นไทย

แน่นอนความทนทานของว่าวฝรั่งแต่ละชาติ วัสดุที่นำมาทำว่าวมีน้ำหนักเบา กินลมง่าย เป็นผ้าร่มและพลาสติกในการขึ้นโครงมีความยืดหยุ่นและทนทานไม่ขาดง่าย แต่ถามว่าอะไรคือเอกลักษณ์ อะไรคือตำนาน อะไรที่บ่งชี้ว่ามันจะสามารถเป็นมรดกโลกได้ แต่ว่าวไทยถ้าคุณได้สัมผัสกับมันอย่างลึกซึ้งกับการทำ กรรมวิธี ความละเอียดอ่อน และลายเส้นที่ประณีตในลวดลายของมันแล้ว คุณจะรู้ว่าคุณควรจะเก็บรักษา สืบทอด และเชิดชู

เราจะมาลองเจาะวิธีการทำว่าสิ่งที่บอกมาทั้งหมดมันคู่ควรกับการเป็นมรดกโลกหรือเปล่า เริ่มจากการเลือกไม้ไผ่ ต้องเริ่มจากการดูไม้ให้เป็นไม่แก่เกินไปและไม่อ่อนจนหักง่าย นำมาผ่าออกเพื่อรอเวลาให้ความชื้นของไม้หมดไปตามการเวลาซักหนึ่งปี ต่อมาการเหลาไม้และขึ้นโครงก็มีอีกหลายแบบไม่ว่าจะเป็นการเหลาแบบปลายบางหรือเท่ากันโดยเก็บรักษาเปลือกไว้เพื่อให้มีการให้ตัวของไม้ได้โดยการทำสอบโดยงอปลายเป็นเวลาซัก 30 วินาที และพอปล่อยต้องกลับมาเป็นรูปทรงเดิมไม่บิดเบี้ยว หรือแม้แต่การขึงไม้ขึ้นโครงจะต้องบิดปลายแค่ไหนให้เหมาะกับชนิดของว่าวที่เราจะทำเพื่องอรับลมและกินลมได้เยอะ หรือไม่ว่าจะเป็นการขึ้นรูปกระดาษแล้วมีการขึงสักให้กระดาษมีความทนทาน ขึงสักคือการที่เราเอาเชือกว่ามาขึงตามแนวว่าวไม่ว่าจะเป็นแบบตาราง หรือแบบแนวยาว แต่ละแบบก็จะเหมาะกับว่าวแต่ละชนิดมีทั้งแบบที่จะทำการแข่งขันหรือแบบสวยงาม

ที่กล่าวมานั้นเป็นแค่ส่วนเล็ก ๆ ถ้าจะต้องลงลึกในรายละเอียดทุกส่วน และประวัติความเป็นมาคงต้องเขียนเป็นหนังสือ แล้วอย่างนี้คุณว่าเหมาะหรือยังกับการเป็นมรดกโลก หันมามองดูความสำเร็จของคนโบราณที่สร้างสมประสบการณ์และเผยแพร่ให้ชาวโลกได้รู้

 

post

ว่าวของเล่นเด็กไทย แต่คนส่วนใหญ่มักสับสนกับชื่อเรียก

ว่าวเป็นของเล่นโบราณที่เด็กทุกยุคทุกสมัยต้องรู้จักและเคยเล่น ไม่ว่าจะเป็นว่าวที่คู่กับคนไทยที่ทุกคนรู้จัก คือ ว่าวจุฬาที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้น ๆ โดยมีรูปแบบคล้ายกับดาวหรือมะเฟืองผ่าซีก กินลมง่ายมีอาวุธสำคัญคือจำปาเป็นไม้ไผ่เหลาและมัดติดกับป่าน สามารถที่จะเกี่ยวและดึงว่าวตัวอื่นให้เสียการทรงตัวได้ จะใช้สำหรับแข่งขันหรือการเล่นสวยงามหรือเพื่อความเพลิดเพลิน

ว่าวอีกชนิดที่เป็นที่นิยมเหมือนกันและเป็นคู่แข่งกันตลอดการคือ ว่าวปักเป้า เป็นว่าวรูปทรงขนมเปียกปูน การขึ้นโครงค่อนข้างใช้การเหลาไม้ไผ่ให้หนาหน่อย ทำให้ตัวว่าวค่อนข้างแข็งและมีหางอยู่ที่ปลายเพื่อช่วยการทรงตัว คุณสมบัติของว่าวปักเป้าคือความคล่องตัวและปราดเปรียว อาวุธประจำกายคือเหนียงที่ติดอยู่ช่วยในการเกี่ยวให้คู่ต่อสู้เสียการทรงตัวและตกลงในที่สุด

ส่วนว่าวอีกชนิดที่เด็ก ๆ ชื่นชอบคือว่าวงู ว่าวงูจะมีหัวเหมือนงูแผ่แม่เบี้ยและมีหางยาวช่วยในการทรงตัว ขึ้นง่าย เล่นง่าย สีสันหลากหลาย เหมาะสำหรับการเล่นสวยงาม เด็กทุกคนรู้จักและคุ้นเคยเพราะมีลักษณะเหมือนงูจึงจำง่ายและเรียกตามชื่อตรงตามลักษณะ

พอยุคสมัยเปลี่ยนไปความนิยมของว่าวโบราณได้ลดความนิยมลง และการขึ้นหรือการเล่นค่อนข้างยาก ทำจากกระดาษสาหรือกระดาษว่าวทำให้ขาดง่ายไม่ทนทาน ที่สำคัญหาช่างหรือคนที่สืบสานการทำว่าวยากขึ้นจึงเริ่มเลือนหายไป แต่ว่าวก็ยังเป็นที่นิยมโดยอิทธิพลของว่าวต่างประเทศจำพวก สตั้นไคท์ ที่ทำจากผ้าร่ม โครงทำจากพลาสติกที่มีความทนทานไม่ขาดง่าย และกินลมขึ้นง่ายคนเดียวก็ปล่อยว่าวได้ถ้ามีลม เด็กรุ่นใหม่จึงหันไปเล่นกันเยอะ

ว่าวอีลุ้ม อาจจะไม่คุ้นชื่อแต่ทุกคนคงคาดไม่ถึง

ลองย้อนกลับมาดูว่าวไทยในอดีตที่ได้รับความนิยมอันดับต้น ๆ อีกแบบหนึ่งนั้นคือ ว่าวอีลุ้ม ลองมาดูว่ามันมีวิธีทำอย่างไร ว่าวอีลุ้มเป็นว่าวที่รูปทรงไม่ต่างจากว่าวปักเป้า คือรูปทรงสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน แต่การทำแตกต่างกันคือมีการเหลาไม้ไผ่ขึ้นโครงที่อ่อนกว่าเพื่อรับลม ทำให้ว่าวอีลุ้มกินลมมากเพราะอ่อนรับลม ส่วนปีกทั้งสองข้างมีหางช่วยในการทรงตัวของว่าวชนิดนี้ ขึ้นง่ายและเป็นที่นิยมของเด็กไทยทุกคนไม่แพ้กับว่าวชนิดอื่นหรือว่าวงู เริ่มคุ้นหรือยังครับ รูปทรงสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนที่ทุกคนชอบสับสนว่าคุณกำลังเล่นว่าวปักเป้าอยู่ แต่หารู้ไม่ส่วนใหญ่ที่คุณเล่นมันไม่ใช่ว่าวปักเป้า เพราะว่าวปักเป้าค่อนข้างขึ้นยาก ว่าวสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนที่ขายกันทั่วไปมันคือว่าวอีลุ้มนั้นเอง ช่วยกันนะครับอย่าให้ของเล่นไทยประเภทว่าวจางหายไปจากเมืองไทยเลย

 

post

ว่าวไทยสื่อสารความเป็นไทยได้อย่างงดงามไม่แพ้ชาติใดในโลก

ทุกคนคงรู้ว่าศิลปะบงชี้ความเป็นชาติและยุคสมัยได้ดีแค่ไหน โดยแต่ละเชื้อชาติแต่ละศาสนาล้วนแล้วแต่ศึกษาจากต้นกำเนิดของงานศิลปะ ว่าเรามาจากไหน มีต้นตะกูลเป็นใครเผ่าไหน มีวัฒนธรรมอย่างไร มีวิถีการใช้ชีวิตแบบใดมาก่อน ไม่ว่าจะผ่านไปนานกี่ร้อยกี่พันปีก็ตาม

ส่วนใหญ่สืบค้นได้จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์เช่น ถ้วยโถ ชาม ของใช้ เสื้อผ้า เครื่องประดับ ล้วนดูจากลายเส้นของผ้า สีสัน ลายบนข้าวของเครื่องใช้ เครื่องประดับหลากสีสันหรือแม้แต่การถักทอของหวายหรือลายเส้นบนอาวุธ รูปแบบความโค้งเว้าของทรงแจกัน ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เกิดจากการรังสรรค์ของศิลปะทั้งนั้น จึงได้มาซึ่งข้าวของพวกนี้ที่ชนรุ่นหลังขุดค้นพบ

ว่าวก็เช่นเดียวกัน เราไม่สามารถจะปฏิเสธได้เลยว่าลายเส้นบนกระดาษที่ทำว่าว หรือแม้แต่ไม้ไผ่ที่เหลามือโดยมีความบางหนาแตกต่างกันตามขนาด และความโค้งงอของแต่ละชนิดของว่าว หรือแม้แต่เส้นด้ายหรือเชือกป่านที่นำเข้ามามัด ถักผูกขึ้นรูปก็ยังมีส่วนสำคัญในการมองความเจริญ และความประณีตของคนรุ่นก่อนเมื่อหลายร้อยปีที่ผ่านมาของคนไทย

ขั้นตอนการสื่อสารความเป็นไทยที่ใส่ลงไปในงานศิลปะการทำว่าว

ว่าวในประเทศไทย แน่นอนว่ามีเป็นร้อยชนิดตามแต่ภูมิภาค จะทำขึ้นเพื่อเป็นเครื่องเล่น เพื่อการแข่งขัน หรือเพื่อความเพลิดเพลินก็ตาม ล้วนแล้วแต่มีกรรมวิธีที่ละเอียดอ่อนตามยุคสมัย การทำว่าวเริ่มจากการที่ต้องเลือกไม้ไผ่เป็นส่วนประกอบ พอเลือกที่มีอายุพอเหมาะแล้วยังต้องผ่าทดสอบความหยืดหยุ่นและยังต้องทิ้งไว้ให้แห้งอย่างน้อย 1 ปี แล้วการเหลาก็จะมีความละเอียดอ่อนของแต่ละชนิดของว่าว

โดยคนสมัยโบราณคงมีการลองผิดลองถูกมาแล้วจนกระทั้งรู้ว่าต้องงอตรงหัวเพื่อรับลม และต้องบางตรงปลายข้างเพื่อกินลมได้ดี ส่วนกระดาษที่ใช้สมัยโบราณได้อิทธิพลมาจากจีน ก็จะเป็นกระดาษสาจีนซึ่งมีความบางแต่จะต้องทำอย่างไรให้สามารถทนแรงลมได้ ก็ต้องหาเชือกมาขึงให้แนบกับตัวกระดาษเพื่อไม่ให้กระดาษขาดง่ายแล้วสามารถกินลมอยู่บนอากาศได้นาน แถมยังต้องรู้ว่าจะต้องขึงแบบไหนที่เหมาะกับว่าวอะไรแล้วแต่ละชนิดว่าวจะต้องขึงแบบเป็นตาราง หรือแบบยาว หรือถี่แค่ไหน

ส่วนความสวยงามของว่าวทางด้านลวดลายและการตกแต่งก็ยังจะบ่งชี้ความเจริญของการทำว่าวยุคนั้น ๆ เปลี่ยนไปตามการเวลา ยุคสมัย ความเจริญของต่างชาติที่เข้ามา ไม่ว่าใครจะเห็นเป็นอย่างไรแต่ศิลปะบนผืนกระดาษสาและการทำว่าวไทยที่ละเอียดอ่อนมันจะเป็นตัวบ่งชี้ว่า นี่แหละคือเครื่องมือสื่อสารอีกอย่างหนึ่งของคนไทยที่เป็นเอกลักษณ์ และคงความเป็นไทยไม่ว่าจะคนชาติไหนที่พบเจอก็จะรู้ว่านี่คือของคนไทย แล้วคุณละจะไม่ช่วยกันอนุรักษ์และเชิดชูว่าวไทยหรือ

 

post

ทำไมว่าวไทยถึงสืบสานความเป็นมรดกโลก

ตั้งแต่สมัยโบราณการเล่นว่าวของไทยมีแพร่หลายตามหัวเมืองใหญ่ แต่ละภาคแต่ละจังหวัดของเมืองไทย หรือไม่ว่าจะเป็นของเล่นสมัยโบราณของเด็กก็ดี หรือจะเป็นเครื่องเล่นของผู้ใหญ่ก็ดี การพนันขันต่อในการแข่งขันก็ดี หรือแม้แต่พระมหากษัตริย์ก็ดี ถือว่าเป็นของโบร่ำโบราณที่นับวันจะเริ่มสูญหายและเรือนหายไปเรื่อย ๆ มองย้อนกลับไปซัก 20-30 ปีที่แล้วการเล่นว่าวยังมีอยู่มาก พอถึงหน้าร้อนของไทย ถ้าใครได้ผ่านแถวสนามหลวงจะยังพอเห็นคนเล่นว่าว และจะมีคนทำว่าวมาแขวนขายรอบ ๆ ท้องสนามหลวงเป็นจำนวนมาก ล้วนแล้วแต่เป็นว่าวไทย ไม่ว่าจะเป็นว่าวจุฬา ว่าวปักเป้า ว่าวอีลุ้ม ว่าวงูที่เด็ก ๆ ชอบกัน มีลายเส้นแตกต่างกันไปตามจินตนาการของผู้ทำ และมีสีสันสดสวยและรูปแบบล่อตาล่อใจคนที่ผ่านไปผ่านมา จนไม่สามารถอดใจได้ในการซื้อหาไว้เล่น

หรือถ้าใครอยากจะเล่นว่าว แน่นอนสำหรับในกรุงเทพมหานครก็ต้องมุ่งตรงไปที่สนามหลวงเพราะจะมีขายหลากหลายรูปแบบ หลังจากนั้นมาว่าวไทยก็เริ่มที่จะโดนกลืนกินโดยรูปแบบของว่าวต่างชาติที่ขึ้นง่ายกว่า เล่นง่ายกว่า ทนทานด้วยวัสดุมากกว่า เพราะใช้ผ้าร่มในการผลิต ส่วนทางด้านโครงสร้างก็ใช้พลาสติกในการทำ ทำให้ไม่หักง่ายและทนทาน ส่วนแทนที่คนไทยจะอนุรักษ์และรักษาไว้ด้วยคนรุ่นใหม่ ก็กลับกลายเป็นนิยมของใหม่รูปแบบใหม่ที่มาจากเมืองนอก กลับกันชาวต่างชาติกลับเห็นความเป็นศิลปะของลายเส้นและวิธีทำ โดยส่วนใหญ่นำไปเป็นของสะสมและของแต่งบ้าน คนที่จะสืบสานการทำก็ลดน้อยลงตามความต้องการ

ความเป็นมรดกโลกของว่าวไทย มันคือวิธีการทำที่ละเอียดอ่อน

ทำไมมันถึงสามารถเป็นมรดกโลกได้ การทำว่าวไทยแบบคร่าว ๆ อาจจะไม่ถึงกับเจาะลึกทุกรายละเอียด เริ่มตั้งแต่การเลือกไม้ไผ่ ต้องใช้ไม่ไผ่ที่มีอายุไม่น้อยจนเกินไปและไม่มากจนเกินไป ถ้าอ่อนเกินไปจะหักง่ายในการขึ้นไปปะทะกับลม แต่ถ้าแก่เกินไปจะทำให้การให้ตัวของว่าวจะไม่ดีเท่าที่ควร การดูไม้ขึ้นอยู่กับความชำนาญของผู้ทำ การเหลาไม้ส่วนใหญ่จะเหลาแบบลำหวาย คือเหลาเท่ากันแต่จะเรียวที่ปลายเพื่อจะมีการสปริงรับลมและกินลมได้เยอะ ส่วนกระดาษในสมัยก่อนใช้เป็นกระดาษสาจีน เป็นกระดาษเหมือนไส้ในประทัดค่อนข้างบางขาดง่ายการทำเราจึงมีการขึงกระดาษด้วยเชือกเรียกว่าการขึงสัก มีสองวิธีคือ ว่าวจุฬาจะขึงตามตารางหมากรุก ส่วนว่าวปักเป้าจะขึงตามยาวลงมา และเราจะต้องใช้เศษกระดาษตัดมาเป็นลูกปลา คือการแปะกระดาษเป็นตารางหรือเป็นแนวยาวตามว่าวเพื่อให้เชือกที่ขึงกับว่าวแนบตัวว่าวและว่าวจะคงทนไม่ขาดง่าย ขั้นตอนการทำว่าวไทยยังมีอีกเยอะถ้าจะเล่ากันจริง ๆ สามวันสามคืนก็ไม่จบ ถามว่าแค่นี้ยังพิสูจน์ไม่ได้อีกหรือว่า ว่าวไทยคือมกดกโลก

 

post

ว่าวไทย ประเพณีไทยสู่วัฒนธรรมทรงคุณค่าที่ควรรักษา

                ประเพณีของไทยนั้นอย่างที่เรารู้ ไม่เคยแพ้ชาติใดในโลก และอาจจะมีมากที่สุดในโลกก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นประเพณีขอฝนแห่นางแมวของอีสาน ประเพณีกินเจของทางใต้ ประเพณีโล้ชิงช้าของภาคกลาง ประเพณีผีตาโขนอีสาน ประเพณีวิ่งควายของพัทยาตะวันออก และอื่น ๆ ของแต่ละภาคและยังแบ่งอีกแต่ละจังหวัด หรือในแต่ละจังหวัดยังมีประเพณีอีกหลายประเพณีหรือแม้แต่ยังแบ่งแยกไปในแต่ละชนเผ่าหรือหมู่บ้านด้วยซ้ำ แต่เราจะพูดถึงประเพณีอีกประเพณีที่มีทุกภาคของประเทศไทย นั้นคือประเพณีเล่นว่าวหรือแข่งขันว่าว ไม่ว่าจะเป็นว่าวสวยงามประกวดประชันกัน ว่าวยักษ์ที่แข่งกันขึ้นไปโลดแล่นอยู่บนท้องฟ้าให้นานที่สุด หรือจะเป็นการแข่งกันเป็นฝั่งเพื่อต่อสู้กัน แล้วทำไมแค่ว่าวถึงเป็นประเพณีและวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าได้ ไม่ว่าจะเป็นการรักษาการทำว่าวโบราณที่บางชนิดแถบจะหาคนทำไม่ได้แล้วแต่ถ้าเราคงไว้ซึ่งประเพณีที่มีอยู่ตั้งแต่อดีต เพื่อให้อยู่ในปัจจุบันตกถอดสู่ลูกหลานจนเป็นวัฒนธรรม หรือการทำลายที่บงชี้ถึงความเจริญและลายเส้นของว่าวที่บงชี้ว่าอยู่ในยุคไหนหรือแม้แต่วัสดุที่นำมาทำว่าวก็ตาม สิ่งนี้คือคุณค่าทางวัฒนธรรมที่ควรรักษา

การแข่งขันของประเพณีว่าวไทย และรูปแบบการแข่งขัน

การแข่งขันของประเพณีว่าวไทยมีหลายอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้แบ่งฝั่งอย่างเช่นในกรุงเทพที่มีมาช้านานนั้นคือ ประเพณีแข่งขันว่าวในกรุงเทพสนามหลวงคือ ว่าวจุฬาและว่าวปักเป้า โดยว่าวจุฬาจะมีจำปาซึ่งทำมาจากไม้ไผ่เหลาติดอยู่ที่สายป่านและนำมาประกอบกันหลายๆอันเป็นอาวุธในการต่อสู้เพื่อเป็นตัวเกี่ยวเชือกของว่าวปักเป้าทำเสียการทรงตัวโดยการวิ่งและให้ข้ามมาตกในแดนของว่าวจุฬา

ส่วนทางด้านว่าวปักเป้าจะมีเหนียง ซึ่งเป็นบ่วงเชือกที่มีไว้คล้องส่วนหัวของว่าวจุฬา ถ้าคล้องได้ว่าวจุฬาก็จะเสียการทรงตัวและว่าวปักเป้าก็จะพยายามให้ว่าวจุฬาตกในแดนของตนเอง แล้วไม่เท่านั้นประเพณีการเล่นว่าวอีกหลายประเพณีอย่างเช่นจังหวัดบุรีรัมย์ก็มีการทำว่าวยักแข่งขันกันขึ้นสู่ท้องฟ้าให้ได้นานที่สุดโดยน้ำหนักบางตัวเกินสิบกิโลกรัมต้องใช้คนในการช่วยทำให้มันขึ้นเป็นทีมบางทีหลายสิบคนเลยทีเดียว หรือจะเป็นอีกประเพณีคือการแข่งขันว่าว สลาแย ของจังหวัดสตูล เป็นว่าวที่มีการแข่งขันกันทางภาคใต้และมีมาเป็นเวลานานโดยการส่งว่าวขึ้นไปทีละห้าตัว ส่งขึ้นไปในแนวตั้ง โดยเล่นกันตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคมเพราะได้รับอิทธิพลลมตะวันออกเฉียงเหนือ แล้วที่กล่าวมาเป็นประเพณีแค่บางส่วนในเมืองไทยและนั้นคือวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าที่ควรรักษา

 

post

หางของว่าวมีประโยชน์และสำคัญกับว่าวขนาดไหน


“หางว่าว” เป็นส่วนที่อยู่ล่างสุดของตัวว่าว และจะมีความยาวหรือความเหมาะสมแตกต่างกันตามรูปทรง และประเภทของตัวว่าวนั้น ๆ เราคงเคยได้เห็นว่าวที่บางตัวก็มีหางยาวมากหลาย ๆ เมตร แต่ว่าวบางชนิดก็ไม่มีหางเอาเสียเลย  หางว่าวจะมีรูปทรงที่หลากหลายอีกเช่นกัน ทั้งนี้ก็จะสอดคล้องไปกับตัวของว่าวเอง อย่างว่าวงูก็จะมีหางต่อออกมายาวมาก เป็นลายเดียวกัน หรือลายใกล้เคียงกับตัวว่าว และหางของว่าวงูถือเป็นเสน่ห์พิเศษของว่าวชนิดนี้ก็ว่าได้ ว่าวบางตัวก็จะมีหางเป็นริ้ว ๆ หลาย ๆ เส้น ติดอยู่ส่วนปลาย แต่บางชนิดก็จะมีหางเป็นพู่ติดอยู่ที่บริเวณปีก

ในปัจจุบันมีผู้นิยมใช้การต่อหางว่าว ซึ่งมีทั้งหางแบบแบนและหางแบบหลอดที่เรียกกันเอง ซึ่งหางว่าวก็จะมีทั้งแบบไม่มีเสียง และหางว่าวบางชนิดมีเสียงให้ได้ยินเป็นเอกลักษณ์ และหางบางชนิดเสียงที่เปล่งให้ได้ยินนั้นดังสนั่นลั่นทุ่งมากอีกด้วย แต่ว่าวบางชนิดไม่มีส่วนท้าย ที่จะติดหางก็จะทำเป็นสามเหลี่ยมห้อยลงมาด้านล่างของตัวว่าว อย่างว่าวพาราฟอยล์ ที่ไม่มีโครง ในบางครั้งก็จะทำหางห้อยติดกับตัวเชือกว่าวโดยไม่ได้ติดในส่วนของตัวว่าวเลย เป็นการห้อยแยกออกมาจากตัวของว่าวนั่นเอง

ประโยชน์ของหางว่าว

การที่ว่าวมีหางนั้นมันมีประโยชน์ซ่อนกันอยู่หลายอย่าง เช่น การมีหางไว้เพื่อเพิ่มความสวยงาม เป็นเสน่ห์ให้กับตัวของว่าวเอง หรือการมีหางที่บ่งบอกถึงความเหมือนในการเลียนแบบรูปลักษณะ อย่างเช่นว่าวงู ที่จะเห็นหางยาว ฉวัดเฉวียง เหมือนงูอย่างชัดเจน อีกทั้งหางยังเป็นส่วนที่ช่วยในการผยุงตัวและทิศทางให้กับผู้เล่นว่าว ให้สามารถบังคับทิศทางตามที่ต้องการ และไม่ทำให้ว่าวตกได้ง่าย ๆ บางทีหางว่าวก็ยังเป็นตัวที่โชว์ลีลาบนอากาศได้อย่างน่าอัศจรรย์ เมื่อเวลาว่าวเล่นท่าควงสว่าน หรือโยกย้ายส่ายไปมาดูแล้วเพลินตายิ่งนัก หางว่าวบางชนิดถูกติดไว้เพื่อให้มันทำการส่งเสียง เรียกร้องความสนใจจากผู้เล่นและผู้ชมที่อยู่รอบด้าน และบางทียังเป็นการข่มขวัญคู่ต่อสู้ในกรณีที่มีการแข่งขันว่าวอีกด้วย ส่วนหางว่าวที่ไม่ได้ติดอยู่ในส่วนปลาย แต่ติดเป็นพู่อยู่บริเวณส่วนปีกนั้น ก็เป็นการมีส่วนช่วยในการรักษาสมดุลของระหว่างปีกซ้ายและปีกขวา ในขณะเวลาที่มันร่อนหรือลอยโชว์ความสง่างามของพวกมันอยู่บนอากาศได้อย่างสงบนิ่ง มีเพียงพู่ห่างที่พริ้วไหว ดูช่างสวยงามและสบายอารมณ์เสียจริง

จะเห็นว่าที่จริงแล้วหางว่าวทำประโยชน์ได้หลายต่อหลายอย่าง และเป็นส่วนที่ขาดไม่ได้สำหรับว่าวบางชนิดอีกด้วย ซึ่งในปัจจุบันก็มีการประยุกต์ใช้เทคนิคที่ทันสมัยขึ้น ซึ่งทำให้ได้ทั้งความทนทาน และความสวยงามไปพร้อม ๆ กัน

 

post

ความเชื่อกับว่าวที่ผูกพันธ์กันมาแสนนานของนานาประเทศ


ประเทศจีนเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีอารยธรรมเกี่ยวกับเรื่องว่าวมายาวนาน  ทำให้จีนเป็นอีกประเทศที่มีการจัดเทศกาลว่าวนานาชาติขึ้นอยู่เสมอ ชาวจีนมีความเชื่อเรื่องลวดลายที่แสดงออกบนตัวว่าวอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นความหมายทางการอวยพรให้มีความสุข หรือการปกปักษ์รักษาคุ้มครอง ที่เขียนลวดลายเป็นประเภทสัตว์ เช่น เหยี่ยว หงส์ ปลาทอง และอื่น ๆ ส่วนอีกประเภทคือ บุคคลในความเชื่อแห่งทวยเทพทั้งหลาย เช่น เห้งเจีย นางฟ้า เป็นต้น และอีกหนึ่งความเชื่อของชาวจีนกับเรื่องว่าวก็คือ เมื่อมีเด็กเกิดขึ้นมา ชาวจีนบางกลุ่มมักจะชักว่าวขึ้นสู่ท้องฟ้า เพราะเชื่อว่าเด็กคือวิญญาณที่ล่องลอยมาเกิด เหมือนว่าวที่ลอยไปลอยมา เพื่อถือเคล็ดความเชื่อให้เกิดสิริมงคล

ความเชื่อเรื่องว่าวของชาวไทย

คนไทยเห็นว่าวมาตั้งแต่เด็ก ๆ กันทั้งนั้น ทำให้รู้สึกผูกพันธ์ ยิ่งตามต่างจังหวัดห่างไกลก็จะมีประเพณีมีความเชื่อแบ่งแยกกันไปตามภูมิภาค และอีกหนึ่งความเชื่อที่ก็มักพบกันบ่อย ๆ ในสังคมชาวไทย คือการใช้ว่าวแก้บน ซึ่งความเชื่อนี้ทำให้ก่อเกิดธุรกิจการทำว่าวแก้บนกันอย่างคึกคัก มีผู้คนนิยมนำว่าวไปแก้บนให้กับหลวงพอเกสร วัดท่าพระ โดยผู้คนมักไปบนเกี่ยวกับการขอให้หายเจ็บไข้ได้ป่วย ว่าวที่ใช้แก้บนก็มักนิยมเป็นว่าวจุฬา กับ ว่าวปักเป้า ซึ่งความเชื่อนี้มีมาเป็นระยะเวลายาวนานแล้ว

ความเชื่อเรื่องว่าวของชาวญี่ปุ่น

ชาวญี่ปุ่นมักมีความเชื่อในเรื่องของการสักการะเทพเจ้า โดยเชื่อว่าว่าวจะเป็นสิ่งที่นำพาพวกเค้าได้ให้ใกล้ชิดกับเทพที่ตนเคารพนับถือที่เชื่อว่าอยู่บนท้องฟ้า ในสมัยที่ผ่านมาการที่มีว่าวลอยอยู่บนท้องฟ้าหมายถึงความเจริญรุ่งเรือง กิจการเติบโต และเป็นการนำโชคให้กับผู้นั้น นอกจากนี้ยังมีการจัดเทศกาลเพื่อเป็นการขอพรให้ลูกหลานเจริญเติบโต ปลอดภัย แข็งแรง อีกด้วย

ทั้งนี้ไม่ว่าว่าวจะเป็นความเชื่อของชนชาติใดก็ตาม แต่เสน่ห์ของว่าวคือการทำให้ผู้คนมีความสุข แสดงถึงความเป็นอยู่อย่างร่มเย็น เมื่อมีความสุขเมื่อสบายใจก็จะมีโอกาสได้เล่นว่าว ได้ทำกิจกรรมของครอบครัวกันนั่นเอง แต่ทั้งนี้การเล่นว่าวก็ต้องใช้ความระมัดระวัง เพราะไม่เช่นนั้นจากความสุขก็จะกลายเป็นความทุกข์ต่าง ๆ ขึ้นได้ ดังนั้นการเลือกสถานที่เล่นว่าวจึงเป็นสิ่งจำเป็น การเล่นว่าวควรเล่นอย่างปลอดภัยทั้งต่อตนเองและผู้อื่นด้วย อาทิเช่น การไม่เล่นว่าวในขณะที่มีฝนตกเพราะอาจจะเป็นสื่อนำไฟฟ้า ทำให้เกิดฟ้าผ่าลงมาได้,  การไม่เล่นว่าวในบริเวณที่มีสายไฟฟ้า เพราะอาจเกิดอันตรายจากกระแสไฟฟ้าไหลผ่านหากส่วนหนึ่งส่วนใดของว่าวไปพาดโดน, การไม่เล่นว่าวในสถานที่ที่ไม่ควร เช่น บริเวณติดถนนมีรถผ่านสัญจรไปมา สนามบิน สนามเด็กเล่น สถานที่ที่ต้องการความเงียบสงบ เป็นต้น หากต้องเล่นว่าวเพื่อโชว์ต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก ควรกั้นแบ่งเขตบริเวณการแสดงให้ห่างจากผู้คนอย่างชัดเจน

 

post

มาใส่ใจกับการเก็บเชือกว่าวด้วยอุปกรณ์การเก็บเชือกกันเถอะ


การเก็บเชือกว่าวให้เป็นระเบียบถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการใช้งานครั้งต่อไป หรือสำหรับผู้เล่นว่าวที่ต้องการนำว่าวไปลงแข่งขัน การเก็บเชือกก็จะมีความชำนาญแตกต่างกันไป แต่ก็จะมีวิธืพื้นฐานในการเก็บเชือกเบื้องต้นไว้ให้ได้ทำกันอยู่ กล่าวคือ เวลาที่เราเก็บเชือกเราควรเดินตามเชือกว่าวแล้วค่อย ๆ พันเชือกให้เป็นเลขแปด เข้าสู่อุปกรณ์ที่เก็บเชือก และเราควรที่จะเก็บเชือกว่าวก่อนที่จะเก็บตัวว่าว เพื่อความง่ายง่ายและทำให้เชือกจะได้ไม่พันกัน

เมื่อเก็บเชือกใกล้สุดชิดกับตัวว่าวแล้ว ก็ค่อยเก็บตัวว่าวใกล้ ๆ กันมากที่สุด เพื่อป้องกันปัญหาเชือกพันกันหรือไปเกี่ยวสิ่งของอื่น ๆ ส่วนการเลือกใช้เชือกก็มีผลต่อตัวที่จัดเก็บเชือก ต้องเลือกใช้ให้เหมาะสม ขนาดความหนา บาง ขนาด ความยาว สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีผลต่ออุปกรณ์ หรือวิธีการเก็บเชือกอย่างแน่นอนที่สุด และยิ่งไปกว่านั้น ว่าวหนึ่งประเภทจะมีเชือกที่ต้องใช้ร่วมกับมันด้วยอย่างน้อย 2-3 ชุดเลย

อุปกรณ์การเก็บเชือก

                อุปกรณ์การเก็บเชือก มีหลายหลายแบบ หลายยี่ห้อ ตั้งแต่ที่เก็บแบบชาวบ้าน ๆ ไปจนถึงที่เก็บเชือกที่มีราคาสูงเป็นอย่างมากด้วย อุปกรณ์การเก็บเชือกที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบันก็จะทำมาจากวัสดุหลากหลาย เป็นพลาสติก เป็นสังกะสี เป็นอลูมิเนียม เป็นต้น ส่วนประเภทของที่เก็บเชือกก็จะมีแบบที่เป็นวงล้อหรือเรียกว่า รอกปล่อยและเก็บเชือก ซึ่งจะมีความรวดเร็วในการผ่อนสายเชือก หรือการดึงเชือกเก็บ แต่จะมีขนาดที่ใหญ่และน้ำหนักเยอะ

ที่เก็บเชือกแบบประเภทมือหมุนก็จะคล้ายรอกเก็บเชือก โดยจะใช้มือหมุนแนวนอนบางทีตัวเก็บก็ทำด้วยพลาสติก บางครั้งก็เป็นสังกะสี โดยจะมีตัวไกด์ด้านหน้าทำให้เชือกไม่พันกัน อุปกรณ์ที่เก็บเชือกแบบมือหมุนแนวตั้ง และก็ยังมีที่เก็บเชือกแบบที่เป็นเพียงแผ่นเพลทพลาสติกไว้สำหรับพันเชือกเก็บ แต่ไม่สะดวกหากนำมาใช้เป็นที่ปล่อยเชือกว่าวด้วย เพราะไม่มีวงล้อที่หมุนได้ไม่ว่าจะส่วนไหน ทำให้ยากต่อการสาวเชือกทั้งเวลาเก็บเชือก และเวลาที่ปล่อยเชือก นอกจากนี้ยังมีที่เก็บเชือกแบบคันเบ็ดตกปลาด้วย ซึ่งจะง่ายต่อการจัดเก็บและใช้งาน แต่เป็นเพียงการใช้เก็บแบบเฉพาะหน้างานเท่านั้น

การเก็บเชือกไม่ใช่เรื่องที่ควรจะละเลย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะซีเรียสมากนัก แต่ตัวเชือกต่างหากที่จะต้องใส่ใจเพราะหากตัวเชือกชำรุดเสียหายในขณะที่เราไม่ทราบ อาจทำให้ว่าวหลุดลอย ตกหล่นเสียหายไปได้ หรือแม้แต่การเลือกใช้เชือกที่ไม่เหมาะสมกับขนาดของตัวว่าว ประเภทของว่าว ก็ยิ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายตามมาเช่นกัน

 

post

ว่าวหลายหลายแบบ สร้างความตื่นตา ตื่นใจ ไปกับไอเดียสุดบรรเจิด


หลายคนคงรู้กันดีว่า ปัจจุบันรูปร่างของว่าวได้ถูกทำให้เปลี่ยนแปลงแตกต่างไปจากเดิม จะสังเกตุได้จากเทศกาลว่าวต่าง ๆ ที่จะมีบรรดาว่าวแปลก ๆ ที่มีไอเดียดีไซน์แปลกแหวกแนว เป็นสีสันให้เกือบทุกครั้งที่มีเทศกาลงานว่าว โดยเฉพาะกับ ว่าว Inflatable ที่เป็นว่าวพองลม มองเห็นได้เป็นรูปแบบ 3 มิติ เป็นว่าวที่มีเสน่ห์ สร้างสีสันในเรื่องของรูปร่างที่ถูกจัดทำขึ้นตามไอเดียของผู้ที่สร้างเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ และในหลาย ๆ ประเทศก็จะนิยมจัดเทศกาลว่าวและกำหนดการแข่งขันว่าวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดกัน

คุณลักษณะของว่าวนี้จะทำเป็นรูปร่างมองเห็นโดยรอบ ใช้การเก็บอากาศเข้าไป เพื่อให้พองตัวเป็นรูปร่างตามที่ได้สร้างไว้ เช่น ว่าวรูปปลาหมึก ว่าวรูปกบ ว่าวรูปปลาวาฬ และอื่น ๆ อีกมากมาย หลายประเทศน้ำสัญญาลักษณะของประเทศมาทำเป็นรูปร่างของว่าว บางคนทำเรียนแบบสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น ของใช้ ของกิน

การพองตัวของว่าวเกิดจากลมที่พัดเข้าไปแล้วถูกกักเก็บเป็นแรงดันทำให้ว่าวลอยได้ เด็ก ๆ มักชอบเพราะมีรูปร่างน่ารัก ทำให้มองเห็นคล้ายตุ๊กตาลมลอยได้ ด้วยความที่ว่าวมีขนาดที่ใหญ่ ทำให้บางที่ต้องใช้ผู้คนเป็นจำนวนมากในการเคลื่อนย้าย การจับยึดไม่ให้หลุดลอยไป หรือมาช่วยกันนำว่าวขึ้นสู่ท้องฟ้า และด้วยปัจจุบันวิวัฒนาการของผ้าทำให้มีความแข็งแรง คงทน ไม่ขาดง่าย

เทศกาลว่าวนานาชาติ กับว่าว Inflatable

เทศกาลว่าวนานาชาติ ปี 2561 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 23 – 25 มี.ค. ณ โรงเรียนนายสิบทหารบก อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีว่าวหลากหลายรูปร่างแตกต่างตามจินตนาการกันไป ซึ่งเป็นเสน่ห์ของเทศกาล ผู้คนต่างรอคอยกันเพื่อมาดูว่าในแต่ละปีจะมีว่าวรูปตัวอะไรมาให้เห็นกันบ้าง โดยว่าวประเภทนี้จะเรียกความสนใจจากผู้ชมได้เป็นจำนวนมากกว่าว่าวประเภทอื่น ๆ

                อันที่จริงเทศกาลว่าว Inflatable ไม่ได้มีแค่ประเทศไทยที่เดียว ประเทศต่าง ๆ ทั้งในแถบภาคพื้นเอเซีย ทางยุโรป และทั่วทุกมุมโลกก็มีเช่นกัน ในงานจะมีการแข่งขันไปตามแต่กฎกติกากันไป เช่น การประกวดว่าวที่ใหญ่ที่สุดไม่เพียงแค่ตัวว่าวจะมีขนาดใหญ่แล้วจะชนะไปเลยอย่างเดียว หากแต่มีข้อกำหนดอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ว่าวต้องสามารถลอยขึ้นฟ้าได้ และต้องอยู่บนท้องฟ้าอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 20 นาที เป็นต้น ความยากของว่าว Inflatable คือการนำว่าวขึ้นสู่ท้องฟ้า ด้วยเพราะส่วนมากจะเป็นว่าวที่มีขนาดใหญ่ และเป็นว่าวที่มีรูปร่างเป็น 3 มิติ การประดิษฐ์เพื่อให้เกิดสมดุลของว่าว เพื่อเวลานำขึ้นสู่ท้องฟ้าแล้วจะได้ไม่เสียสูญร่วงตกลงมา เป็นอีกอย่างที่ยากและต้องอาศัยความชำนาญร่วมด้วย

 

post

Snow Kite อีกหนึ่งกีฬาท้าทายที่จะพาคุณโลดแล่นไปได้ไม่จำกัด

Snow Kite กิจกรรมเอ็กซ์ตรีมแบบใหม่ ที่เป็นนิยมของชาวต่างชาติหลาย ๆ ประเทศ หลายคนคงมองและนึกภาพการเล่นว่าวตามสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งก็คือการเล่นบนพื้นดิน ทุ่งหญ้ากว้าง หรือบนพื้นน้ำ แต่อีกหนึ่งการเล่นว่าวที่ในไทยไม่ค่อยได้คุ้นเคยหรือนึกถึง นั้นคือการเล่นว่าวบนหิมะ

Snow Kite เป็นอีกหนึ่งกระแสของชาวต่างชาติ ที่ได้อาศัยอยู่บนภูมิประเทศที่มีพื้นที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ และแน่นอนว่าการเล่นว่าวบนพื้นหิมะ ก็เป็นกีฬาอีกหนึ่งอย่างที่เต็มไปด้วยความท้าทายสำหรับคนยุคใหม่ เพราะไม่เพียงแต่การเล่นที่ยากขึ้น ด้วยเพราะพื้นผิวด้านล่างเป็นหิมะ ซึ่งบังคับการทรงตัวได้ยากกว่าพื้นที่อื่น ๆ อีกทั้งต้องทนต่อสภาวะของอากาศรอบตัวที่หนาวเย็นอีกด้วย ว่าว Snow Kite มีลักษณะการเล่นและอุปกรณ์คล้ายคลึงกันกับการเล่นว่าวที่เรียกว่า ไคท์เซิร์ฟ ต่างกันที่พื้นผิวที่เท้าสัมผัสจากพื้นน้ำ ได้ปกคลุมไปด้วยหิมะ และบางสถานที่พื้นผิวก็กลายสภาพเป็นน้ำแข็งเพิ่มความทรงตัวที่ยากยิ่งนัก

การเล่น Snow Kite นั้นถ้าหากอยากจะเล่นได้สนุกสุดเหวี่ยงและไร้ขีดจำกัด ผู้เล่นควรจะมีประสบการณ์เล่นสกี หรือ Snow board มาก่อน ส่วนชุดแต่งกายก็คล้ายกับนักสกี หรือการเล่นสเก็ตน้ำแข็ง ที่ต้องให้ความอบอุ่นกับร่างกายได้ ทั้งนี้แล้วแต่สถานที่เล่น ด้วยพื้นที่ลื่นและทรงตัวได้ยาก ทำให้การเล่นว่าวเป็นไปได้ยากมากยิ่งขึ้น จากการเล่นในสถานที่อื่น ๆ การเล่นและการบังคับว่าวก็ต้องดูกระแสลมเช่นเดิม กีฬา Snow Kite กำลังเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากและดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สนใจกิจกรรมการเล่น Snow Kite นี้ เป็นเป็นความต่างจากการเล่นสกี หรือ Snow board ที่จะเป็นการใช้แรงผลักจากตัวผู้เล่น แต่การเล่นว่าง Snow Kite ใช้แรงลมในการนำพาตัวผู้เล่นซึ่งยืนอยู่บนกระดาน เคลื่อนตัวไปบนพื้นหิมะ หรือน้ำแข็ง

นอกจากชาวยุโรปและผู้คนในสหรัฐอเมริกาจะนิยมเล่นว่าวหิมะกันเป็นจำนวนมากแล้วนั้น ปัจจุบันประเทศญี่ปุ่นก็เริ่มให้ความนิยม โดยสถานที่ที่ขึ้นชื่อสำหรับการเล่นว่าว Snow Kite คือที่ Ojiyashi  ซึ่งรู้จักกันในนาม Kodappara อยู่ในจังหวัดนิงะตะ  และที่ได้รับความนิยมด้วย เพราะเป็นสถานที่ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ และมีสายลมแรงเหมาะสำหรับการเล่นว่าวเป็นอย่างมากนั่นเอง การได้เล่นว่าวบนเทือกเขาสูง รายล้อมด้วยโอโซนบริสุทธิ์ อีกทั้งยังทำการสกีด้วยการให้ว่าวและลม เป็นตัวเคลื่อนย้ายไป ถ้าใครได้มีโอกาสได้ลองอย่าได้ปล่อยโอกาสให้หลุดลอยไปอย่างน่าเสียดาย กับกีฬาเอ็กซ์ตรีมแนวใหม่ที่ผสมผสานระหว่างว่าวกับกีฬาอื่นได้อย่างลงตัว ชวนสัมผัสและทดลอง