post

วันหนึ่งว่าวไทยอาจจะเป็นเครื่องมือสำหรับช่วยแพทย์ในการรักษาคนไข้

ทุกวันนี้การรักษาคนไข้ของแพทย์ได้นำอุปกรณ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันเข้ามาเป็นตัวช่วย เพื่อให้ผู้ป่วยได้สามารถใช้ในการบำบัดโรคของตนเองได้จากที่บ้าน หรือเป็นการบำบัดเองได้โดยไม่ต้องพึ่งแพทย์มากไป อย่างเช่นการใช้ขวดน้ำที่ไม่ได้ใช้แล้วนำมาใส่น้ำ สามารถถ่วงน้ำหนักเพื่อเป็นการกายภาพสำหรับผู้ป่วยที่เพิ่งหายจากอาการแขนหักและใส่เฝือกนาน ๆ ทำให้กล้ามเนื้อที่ไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานานได้ฟื้นตัว หรือการใช้ลูกลอกที่ใช้เป็นเครื่องมือช่าง แต่มาประยุกต์ใช้กับผู้ป่วยที่เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต ที่ต้องการฟื้นตัวเร็วแต่ไม่มีเวลามาทำกายภาพที่โรงพยาบาลหรือมีทุนทรัพย์น้อย โดยนำลูกลอกมาแขวนแล้วร้อยเชือก เพื่อใช้ในการดึงซ้ายขวาฝึกการเคลื่อนไหวของแขนหรือขา และเสริมสร้างกล้ามเนื้อที่อ่อนแรงไปในตัว แถมยังเป็นอุปกรณ์ที่ลงทุนต่ำและไม่ต้องเดินทางให้เสียค่าใช้จ่าย ประหยัดเงินและฝึกได้โดยไม่ต้องมีข้อจำกัดทางด้านเวลา และยังมีอุปกรณ์อีกหลายอย่างในชีวิตประจำวันที่สามารถช่วยในการแบ่งเบาภาระของแพทย์และคนไข้ได้ เราลองมาดูว่าวไทยสามารถช่วยแพทย์และคนไข้ได้อย่างไรบ้าง

วิธีการเล่นว่าวแบบใดที่ช่วยแบ่งเบาภาระของคุณยามป่วย

ยังไม่มีการวิจัยแน่นอนว่าการเล่นว่าวไทยจะสามารถบำบัดหรือช่วยผู้ป่วย หรือผู้ที่มีความผิดปกติทางร่างกายได้ แต่ด้วยวิธีของการเล่นว่าวมีแนวโน้มที่อาจจะช่วยในการบำบัดได้ อย่างที่ทุกคนรู้ว่าการเล่นว่าวแน่นอนกต้องมีเชือกว่าวหรือป่าน ที่จะทำการชักและบังคับว่าให้ลอยอยู่ในท้องฟ้า โดยมีการดึงและแรงดึงของลม และการทำว่าวขึ้นมาตัวนึงก็เช่นเดียวกัน เราจะเริ่มจากการทำว่าว ว่าวต้องเริ่มจากการเหลาโครงว่าวจากไม้ไผ่ ถ้าเรามีเด็กที่สมาธิสั้นหรือออทิสติก เด็กเหล่านั้นส่วนใหญ่เป็นเด็กที่มีสมาธิสั้น เราสามารถให้พวกเค้าฝึกการมีสมาธิจากการทำว่าวโดยการเริ่มจากการฝึกเหลาไม้ไผ่ที่จะขึ้นโครงว่าว เพราะการเหลาจะต้องใช้เวลาและความละเอียดอ่อนในการจดจ่ออยู่กับการทำ กว่าจะทำว่าวขึ้นมาได้หนึ่งตัวต้องใช้สมาธิและความอดทน จึงทำให้เด็กเหล่านั้นฝึกสมาธิไปในตัวและถ้าทำเสร็จก็จะเพิ่มความภูมิใจให้กับพวกเค้าด้วย ส่วนขั้นตอนการเล่นเมื่อเราสามารถชักว่าวให้ขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้ว แน่นอนแรงดึงของลมที่ปะทะกับตัวว่าวจะมีแรงต้าน ก็อาจจะเหมาะกับผู้ป่วยที่ต้องการฝึกกำลังแขนจากการฟื้นตัวจากการบาดเจ็บหรืออัมพฤกษ์อัมพาตได้ เราอาจจะเริ่มจากว่าวขนาดเล็กก่อนกินลมน้อยแล้วค่อย ๆ เพิ่มขนาดให้ผู้ป่วยจะได้มีการกินลมของว่าวเยอะขึ้น มีแรงดึงเยอะขึ้นตามลำดับ ว่าวไทยมีประโยชน์มากมายถ้าคุณประยุกต์ใช้อย่างถูกวิธี

 

post

การทำเงินจากภูมิปัญญาการทำว่าวไทย

อย่างที่รู้กันดี สภาพเศรษฐกิจทุกวันนี้ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจในประเทศเราเอง หรือเศรษฐกิจของโลกค่อนข้างซบเซา การค้าขายในประเทศเองมีแต่ทรุดกับทรงตัว บริษัทห้างร้านต่าง ๆ ปิดตัวลงก็มาก หรือถ้าปรับตัวได้ทันกับสภาพเศรษฐกิจก็ต้องลดขนาดธุรกิจของตัวเองลง โดยการปลดคนงานลง ทำให้หลายคนที่ตกงานก็ออกมามองหาธุรกิจที่ตัวเองสามารถจะทำได้แต่ถ้าคุณไม่สามารถจะหาธุรกิจที่จะทำได้

ขอแนะนำเริ่มจากการมองรอบข้างหรือรอบบ้านตัวเองหรือชุมชนตัวเองว่าเราสามารถทำอะไรได้ และอาจจะเป็นของหรือสินค้าอะไรที่ชุมชนของตัวเองผลิตขึ้นเอง ยิ่งมีแรงสนับสนุนจากหน่วยรัฐบาลกับการผลิตสินค้าในชุมชนของตัวเองด้วยแล้ว ลู่ทางโดยการทำธุรกิจผลิตภัณฑ์ของชุมชนหรือที่เรียกว่าสินค้า OTOP ยิ่งไปไกล ไม่ว่าจะเป็นการหาตลาดในประเทศให้เราโดยรัฐ โดยการจัดงานของรัฐเพื่อส่งเสริมสินถ้าเกษตรและสินค้าท้องถิ่น หรือจะเป็นการหาตลาดต่างประเทศของกรมส่งเสริมการส่งออกให้กับพ่อค้าแม่ค้าชุมชน แล้วทำไมว่าวถึงสามารถทำเงินได้

เอกลักษณ์ของว่าวไทยทำเงินได้และไปไกลต่างแดน

ว่าวและเงินจะไปด้วยกัน ทุกวันนี้จะมีสักกี่คนที่รู้วิธีทำว่าวไทย สิ่งนี้แหละคือความได้เปรียบถ้าคุณอยากจะประกอบธุรกิจอะไรซักอย่างที่ไม่เหมือนใคร ลงทุนต่ำและได้กำไรงาม เพราะการทำว่าวไทยใช้แค่วัสดุที่หาง่ายในชุมชนนั่นคือ ต้นไผ่ เพียงแค่คุณมีไม้ไผ่กับมีดเหลาคุณก็เริ่มธุรกิจของคุณได้แล้ว ยิ่งถ้าคุณทำให้ว่าวมีเอกลักษณ์มากแค่ไหนคุณก็สามารถขายในท้องตลาดได้ราคามากขึ้นเท่านั้น

ไม่ว่าจะเป็นการนำว่าวไปตกแต่งบ้าน หรือร้านแทนของตกแต่ง หรือจะเป็นการนำไปสะสมสำหรับคนที่ชอบว่าวแต่ไม่สามารถทำเองได้ อีกอย่างเอกลักษณ์ว่าวไทย ไม่ว่าจะเป็นว่าวของพื้นที่ไหนหรือภาคไหนยังไงก็มีเอกลักษณ์ความเป็นไทยในตัวของมันเองอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบ ลายเส้น สีสัน และยังเป็นการใช้กระดาษว่าวหรือกระดาษสาอยู่ ทำให้ว่าวไทยแตกต่างจากว่าวของต่างชาติที่ใช้ผ้าร่ม และรูปแบบที่เหมือนกันไปหมด ทำให้ความนิยมของว่าวไทยเมื่อชาวต่างชาติได้พบเห็นนิยมที่จะซื้อหามาไว้เป็นของตัวเอง เพื่อการเล่นที่แปลกใหม่ไม่เหมือนกับการเล่นว่าวของต่างชาติเอง ขึ้นยากกว่า ท้าทายกว่า หรือจะเป็นของสะสมหรือของตกแต่งบ้านก็ได้

แล้วคุณจะรออะไร แค่คุณมีความตั้งใจ ความอดทน ความคิดสร้างสรรค์ โดยคุณแทบจะไม่ต้องลงทุนอะไรเลยคุณก็สามารถมีธุรกิจเป็นของตัวเอง โดยทำรายได้ไม่แพ้กับการทำธุรกิจอื่นด้วยซ้ำ อีกประการคือคุณยังเป็นคนที่ช่วยอนุรักษ์ว่าวไทยให้คงอยู่ในแผ่นดินนี้อีกด้วย

 

post

ทำอย่างไรจะเล่นว่าวไทยให้สนุกและถูกวิธี

การเล่นว่าวไทยไม่ปรากฏหลักฐานแน่นอนว่าใครไปคนประดิษฐ์ขึ้นคนแรก หรือเกิดขึ้นครั้งแรกในสมัยใด แต่รู้ว่ามันเป็นเครื่องเล่นที่นิยมมานานมากแล้วด้วยวิธีทำว่าว และวิธีการเล่นที่ท้าทายไม่ว่าจะเป็นการเล่นแบบสวยงามเพลิดเพลินโชว์ความสวยงามของว่าที่เราทำขึ้นมา หรือเพื่อการแข่งขันกัน ประโยชณ์ของการเล่นว่าวไทยมีหลักฐานปรากฏมาตั้งแต่กรุงสุโขทัย โดยเป็นว่าวที่สามารถส่งเสียงดังเรียกว่า ว่าวหง่าว ต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยาปรากฏหลักฐานของชาวต่างประเทศว่า ว่าวของสมเด็จแห่งกรุงสยามปรากฏอยู่บนทองฟ้าตอนกลางคืนเป็นเวลาสองเดือน หรือจะเป็นการใช้ว่าวในการศึกสงครามโดยการผูกหม้อดินดำให้ระเบิดเพื่อเผาบ้านเผาเมืองกัน

การดูกระแสลมในการเล่นว่าวไทย

กระแสลมของการเล่นว่าวแบ่งได้หลัก ๆ ตามพื้นที่และกระแสลมที่พัดมาตามลมทะเล และตามฤดูกาล การเล่นว่าวมี 2 ระยะคือ หน้าหนาวเป็นฤดูกาลที่เหมาะกับคนที่อยู่ในภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ เพราะว่าลมจะพัดจากแผ่นดินลงสู่ทะเล ส่วนอีกระยะที่เหมาะกับคนที่อยู่ในภาคกลาง ภาคตะวันตกและภาคใต้คือ หน้าร้อน เพราะจะได้รับอิทธิพลของลมตะวันตกเฉียงใต้ กระแสลมจะพัดจากทะเลเข้าสู่พื้นดิน เราควรจะศึกษาลมให้ถูกวิธีเพราะเป็นปัจจัยเบื้องต้นของการเล่นว่าวในพื้นที่ที่คุณจะเล่น เพราะว่าวใช้ลมเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ว่าวสามารถเล่นได้

วิธีการเล่นว่าวของคนไทย ที่ถูกหลัก

การเล่นว่าวมี 3 แบบ การชักว่าวให้ลอยลมปักอยู่กับที่ เพื่อดูความสวยงามของว่าวรูปต่าง ๆ ต่อมาคือการบังคับสายชักให้เคลื่อนไหวได้ตามต้องการนิยมกันที่ความงาม ความสูง และบางทีก็คำนึงถึงความไพเราะของเสียงว่าวอีกด้วย ในการเล่นว่าวทั้งสองวิธีนี้ ไทยเราได้ประดิษฐ์เป็นรูปต่าง ๆ ตามความนิยมในท้องถิ่นมานานแล้ว แต่ในปัจจุบันนี้มีรูปแบบใหม่มาจากต่างประเทศปะปนด้วย ว่าวแบบดั้งเดิมของภาคต่าง ๆ บางอย่างยังปรากฏอยู่ บางอย่างก็หาดูไม่ได้แล้ว ว่าวซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของไทยและมีทุกภาคคือว่าวจุฬา ส่วนว่าวปักเป้านั้นแม้จะเล่นกันใน ภาคกลาง แต่ก็เป็นที่รู้จักกันมาก อย่างสุดท้ายคือการต่อสู้ทำสงครามกันบนอากาศ การเล่นว่าวแบบนี้แตกต่างจากชาติอื่น ทั้งตัวว่าวและวิธีที่จะต่อสู้คว้ากัน การแข่งขันว่าวจุฬากับปักเป้านั้น ว่าวปักเป้ามีขนาดเล็กกว่าว่าวจุฬาประมาณครึ่งหนึ่ง การแข่งขันแบบนี้มีมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ต่อมาในสมัยรัตนโกสินทร์ก็ยังมีการแข่งขันว่าวจุฬาและปักเป้าในภาคกลางของประเทศไทยมาจนปัจจุบันนี้

เมื่อรู้แบบของการเล่นแล้วก็คงตัดสินใจได้แล้วว่าคุณอยากเล่นไปในแนวทางไหน หรือจะเล่นทั้งสามแบบเลยก็ได้ แต่ที่สำคัญควรจะเล่นด้วยการอนุรักษ์ ว่าวไทยจะได้คงอยู่กับประเทศไทยและคนไทยไปตลอด

 

post

เหตุผลของความชอบในการเล่นว่าวไทย

คุณเองก็ต้องเติบโตมากับความฝันในวัยเด็ก ทุกคนก็จะมีความฝันตามจินตนาการและประสบการณ์ที่พบเจอ ไม่ว่าจะเป็นในโทรทัศน์ รับฟังผ่านสถานีวิทยุ ผ่านเพลง พ่อแม่พี่น้องหรือญาติผู้ใหญ่ที่คอยปลูกฝังให้เราเป็นอย่างนู้นเป็นอย่างนี้ที่เค้าคิดว่าดีและมีอนาคตที่สดใส หารู้ไม่ว่าบางทีอาจจะเป็นการกดดันทางกระบวนการความคิด ที่จะส่งผลต่ออาชีพการงานในอนาคตได้ แต่อย่างไรก็ตามไม่ใช่ปัจจัยอย่างเดียวที่จะส่งผลให้กระบวนการความคิดที่สร้างสรรค์ในวัยเด็ก จะโน้มเอียงไปในทิศทางนั้น ๆ ทั้งหมด เด็กแต่ละคนก็จะมีความคิดโลดแล่นไปตามอายุและสมองที่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ในทุก ๆ วัน

วันนี้อาจจะคิดว่าอยากจะสร้างยานอวกาศเพราะพึ่งดูหนังเกี่ยวกับอวกาศมา บางวันอาจจะอยากเป็นนักบิน หรือหมอ ตำรวจ ทหาร ตามสิ่งที่พบเจอล้อมข้าง แต่ก็มีของเล่นอีกอย่างหนึ่งที่ผู้ใหญ่ก็เล่นได้ เด็กก็เล่นได้ นั้นคือ ว่าวไทย ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรรค์ว่าวที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง หรือได้โบยบินไปในอากาศเหมือนนก หรือความท้าทายที่จะสามารถทำกระดาษกับโครงไม้ไผ่ให้สามารถบินสู่ท้องฟ้าได้

ขั้นตอนการผลิตเป็นอีกอย่างที่ท้าทายในการเล่นว่าวไทย

แน่นอนความท้าทายของการที่จะทำไม้ไผ่กับกระดาษบาง ๆ และเชือก มาประกอบกันและทำให้มันลอยในอากาศได้โดยสามารถบังคับมันได้ตามที่เราต้องการจะให้มันไป เริ่มตั้งแต่หาไม้ไผ่มาในการทำไม่ใช่เรื่องง่ายที่คุณจะหาไม้ไผ่ที่มีอายุและเหมาะสมกับการนำมาเหลาทำโครงว่าว คุณต้องศึกษาหรือลองผิดลองถูกกว่าจะได้ไม้ไผ่มาขึ้นโครง เพื่อให้ว่าวของคุณขึ้นสู่ท้องฟ้าและอ่อนตัวรับลมและกินลมโบยบินในอากาศได้เป็นอย่างดี ขั้นตอนต่อมาคือการหากระดาษและมาทำลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ของว่าวตัวเอง เพื่อให้ว่าวที่ทำขึ้นโดดเด่นกว่าคนอื่น และสวยที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ในความสวยงามนั้นก็ต้องทนทานอีกด้วย มันคืองานที่ท้าทายอีกอย่างหนึ่งของการทำว่าว เมื่อคุณได้โบยบินในอากาศโดยสร้างสรรค์ว่าวของคุณเองแล้ว

สำหรับเด็กมันเป็นความภูมิใจและสำเร็จขั้นแรก แต่ถ้าเราพูดถึงขั้นตอนไปถ้าคุณยังมีความชอบกับว่าวไทยอยู่คือ การที่ได้เข้าแข่งขันที่มีผู้คนมากมาย ล้วนแล้วแต่มีความสามารถในเรื่องการบังคับว่าว และการทำว่าวประเภทต่าง ๆ นี่ก็เป็นเหตุผลอีกอย่างที่ว่าวไทยไม่เคยเลือนหายไปจากคนไทยเลย มันคือความท้าทาย ความคิดสร้างสรรค์ การใช้สมาธิปัญญา เพื่อจะให้ทุกคนก้าวไปสู่ความสำเร็จขั้นต่อ ๆ ไปในอนาคตได้ ว่าวไทยจะไม่เลือนหายจากคนไทย ถ้าคนไทยไม่ลืมความเป็นรากเง้าของตัวเอง

 

post

สมาธิเด็กไทยเกิดได้จากภูมิปัญญาการทำว่าว

ของเล่นเด็กทุกวันนี้ไม่ใช่แค่ของเล่นอีกแล้ว เพราะการแข่งขันของธุรกิจของเล่นเด็กในปัจจุบันมีการแข่งขันสูง ทั้งในตลาดเมืองไทยและตลาดโลก การที่แต่ละค่ายหรือแต่ละบริษัทที่ผลิตของเล่นออกมาขายตามท้องตลาด ต้องมีการวิจัยและพัฒนาเพื่อให้ของเล่นเป็นที่ถูกใจเด็กในแต่ละวัย ฝ่ายวิจัยของแต่ละบริษัทเมื่อผลิตสินค้าออกมาแล้ว ถึงขั้นต้องมีการทดลองใช้ของผู้บริโภคก่อน นั่นคือเด็กเพื่อทดสอบว่าไม่ว่าจะเป็นสีสันหรือตัวชิ้นของของเล่นเอง ลึกไปกว่านั้นการทำจะทำของเล่นออกมาแต่ละชิ้นต้องมีฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วย ต้องทำงานร่วมกับฝ่ายวิจัยโดยนำข้อมูลที่ได้มาเพื่อเข้ากระบวนการวิเคราะห์และนำมาพัฒนาเพื่อคิดชิ้นงาน ไม่ว่าจะเป็นสีที่จะใส่เข้าไปในชิ้นงานต้องไม่เป็นอันตรายต่อเด็ก และของเล่นเองไม่ใช่แค่สนุกเพลิดเพลินอย่างเดียว แต่ต้องสามารถที่จะพัฒนาสมอง ฝึกการตัดสินใจและพัฒนาสติปัญญาในเรื่องความคิดและวิเคราะห์อีกด้วย

และอีกอย่างที่สำคัญคือ การฝึกสมาธิการที่จะทำของเล่นขึ้นมา ต้องเพิ่มทักษะเรื่องสมาธิให้เด็กด้วย แล้วของเล่นสมัยโบราณละจะสามารถสู้กับของเล่นในปัจจุบันที่มีการทำวิจัยและพัฒนาได้หรือไม่ แต่มีอย่างนึงที่เป็นภูมิปัญญาไทยในสมัยโบราณที่สามารถฝึกสมอง ความคิดสร้างสรรค์และสมาธิ คือว่าว

ว่าวไทยไม่แพ้ของเล่นในตลาดโลกอย่างแน่นอน

ว่าว ก็เป็นของเล่นชนิดหนึ่งของเด็กสมัยโบราณจนมาถึงสมัยปัจจุบัน แต่มันอาจจะห่างหายไปบ้างตามกาลเวลาเพราะโลกที่เปลี่ยนไป วิวัฒนาการที่ดีขึ้นของโลกปัจจุบัน ทำให้ของเล่นมากมายในตลาด แต่เราจะกล่าวถึงว่าวไทยตั้งแต่เด็ก ๆ คิดจะเล่น เป็นของเล่นที่ฝึกสมาธิเด็กตั้งแต่การเริ่มทำ ต้องหาไม้ไผ่ที่เหมาะสมเพื่อนำมาเหลาและขึ้นโครงว่าว โดยการเหลาต้องใช้ความอดทนและประณีตไล่ระดับความหนาบางตามว่าวชนิดต่าง ๆ ทำให้ต้องใช้เวลาและฝึกความอดทนและสมาธิไปด้วยในตัว ส่วนจะทำว่าวในลวดลายแบบไหนนั้น คือ การที่ฝึกให้เด็กคิดและสร้างสรรค์เพื่อให้มีรูปแบบและสีสันเป็นของตัวเองโดยไม่ซ้ำกับเพื่อน และให้สวยกว่าคนอื่นในแบบของตัวเอง และพอได้กระดาษและรูปแบบแล้ว การขึงสักก็มีประโยชน์อีกขั้นตอนหนึ่งที่ให้ประโยชน์กับขั้นตอนการทำว่าว การขึงสักคือการที่ให้เชือกว่ามาขึง เพื่อให้กระดาษมีความทำทานขึ้นโดยมีรูปแบบต่างกันไปตามว่าว และต้องใช้ความพยายามและละเอียดอ่อนในการขึง การแบ่งช่องไฟให้เท่ากันในการขึงสัก นี่คือขั้นตอนการทำแบบคร่าว ๆ ของว่าวไทย ที่มีประโยชน์ และพัฒนาสมอง พัฒนาสติปัญญา สมาธิ ความอดทน ว่าวไทยของเล่นโบราณที่ไม่โบราณกับภูมิปัญญาไทย

 

post

ตำนานว่าวไทยควรค่าแค่ไหนกับการเป็นมรดกโลก

เท้าความถึงสมัยโบราณที่มีการทำว่าวขึ้นมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระเพทราชา ที่ไม่ใช่แค่ความสนุกสนานหรือเป็นการละเล่นเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น แต่เพื่อการศึกสงครามกันเลยทีเดียวโดยมีการทำดินดำที่ใช้ระเบิดใส่หม้อและผูกกับสายป่าน เพื่อชักขึ้นไปแล้วไปตกลงเพื่อเผาบ้านเมืองกันเลยทีเดียว ต่อมาในสมัยรัตนโกสินทร์ได้มีการส่งเสริมการเล่นว่าวอย่างจริงจังโดยให้มีการจัดแข่งขันที่ท้องสนามหลวง ระหว่างว่าวจุฬาและว่าวปักเป้า จนเป็นสถานที่ในตำนานของการเล่นว่าวและสืบสานกันมาจนถึงยุคพุทธศักราช 2526 ภาครัฐและเอกชนได้ส่งเสริมประเพณีและส่งเสริมการแข่งขันว่าวโดยมีการแข่งขันและจัดนิทรรศการว่าวที่ท้องสนามหลวง เพื่อสืบสานความเป็นตำนานของว่าวไทย เพื่อไม่ให้มันเลือนหายไปจากเมืองไทย

และด้วยความเป็นว่าวไทยตั้งแต่ยุคสมัยโบราณการทำว่าวจึงสอดแทรกศิลปะ และเอกลักษณ์ของความเป็นไทยผ่านความละเอียดอ่อนจากการทำว่าว ไม่ว่าจะเป็นการเหลาไม้ไผ่ในการขึ้นโครงมีมากมายหลายวิธี หรือจะเป็นการใช้ใบไม้ต่าง ๆ มาทำเป็นว่าวในสมัยโบราณแล้วค่อย ๆ พัฒนามาเป็นกระดาษสาจีน ที่ได้รับอิทธิพลมาจากพ่อค้าสำเภาที่นำกระดาษเข้ามา หรือเริ่มจะเป็นกระดาษว่าวที่บางพิเศษที่นำมาผลิตว่าวโดยเฉพาะ ล้วนแล้วแต่มีความเป็นไทยสอดแทรกเข้าไปทั้งนั้น

ศิลปะไทยกับการผลิตว่าวกับการสอดแทรกความเป็นไทย

แน่นอนความทนทานของว่าวฝรั่งแต่ละชาติ วัสดุที่นำมาทำว่าวมีน้ำหนักเบา กินลมง่าย เป็นผ้าร่มและพลาสติกในการขึ้นโครงมีความยืดหยุ่นและทนทานไม่ขาดง่าย แต่ถามว่าอะไรคือเอกลักษณ์ อะไรคือตำนาน อะไรที่บ่งชี้ว่ามันจะสามารถเป็นมรดกโลกได้ แต่ว่าวไทยถ้าคุณได้สัมผัสกับมันอย่างลึกซึ้งกับการทำ กรรมวิธี ความละเอียดอ่อน และลายเส้นที่ประณีตในลวดลายของมันแล้ว คุณจะรู้ว่าคุณควรจะเก็บรักษา สืบทอด และเชิดชู

เราจะมาลองเจาะวิธีการทำว่าสิ่งที่บอกมาทั้งหมดมันคู่ควรกับการเป็นมรดกโลกหรือเปล่า เริ่มจากการเลือกไม้ไผ่ ต้องเริ่มจากการดูไม้ให้เป็นไม่แก่เกินไปและไม่อ่อนจนหักง่าย นำมาผ่าออกเพื่อรอเวลาให้ความชื้นของไม้หมดไปตามการเวลาซักหนึ่งปี ต่อมาการเหลาไม้และขึ้นโครงก็มีอีกหลายแบบไม่ว่าจะเป็นการเหลาแบบปลายบางหรือเท่ากันโดยเก็บรักษาเปลือกไว้เพื่อให้มีการให้ตัวของไม้ได้โดยการทำสอบโดยงอปลายเป็นเวลาซัก 30 วินาที และพอปล่อยต้องกลับมาเป็นรูปทรงเดิมไม่บิดเบี้ยว หรือแม้แต่การขึงไม้ขึ้นโครงจะต้องบิดปลายแค่ไหนให้เหมาะกับชนิดของว่าวที่เราจะทำเพื่องอรับลมและกินลมได้เยอะ หรือไม่ว่าจะเป็นการขึ้นรูปกระดาษแล้วมีการขึงสักให้กระดาษมีความทนทาน ขึงสักคือการที่เราเอาเชือกว่ามาขึงตามแนวว่าวไม่ว่าจะเป็นแบบตาราง หรือแบบแนวยาว แต่ละแบบก็จะเหมาะกับว่าวแต่ละชนิดมีทั้งแบบที่จะทำการแข่งขันหรือแบบสวยงาม

ที่กล่าวมานั้นเป็นแค่ส่วนเล็ก ๆ ถ้าจะต้องลงลึกในรายละเอียดทุกส่วน และประวัติความเป็นมาคงต้องเขียนเป็นหนังสือ แล้วอย่างนี้คุณว่าเหมาะหรือยังกับการเป็นมรดกโลก หันมามองดูความสำเร็จของคนโบราณที่สร้างสมประสบการณ์และเผยแพร่ให้ชาวโลกได้รู้

 

post

ว่าวของเล่นเด็กไทย แต่คนส่วนใหญ่มักสับสนกับชื่อเรียก

ว่าวเป็นของเล่นโบราณที่เด็กทุกยุคทุกสมัยต้องรู้จักและเคยเล่น ไม่ว่าจะเป็นว่าวที่คู่กับคนไทยที่ทุกคนรู้จัก คือ ว่าวจุฬาที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้น ๆ โดยมีรูปแบบคล้ายกับดาวหรือมะเฟืองผ่าซีก กินลมง่ายมีอาวุธสำคัญคือจำปาเป็นไม้ไผ่เหลาและมัดติดกับป่าน สามารถที่จะเกี่ยวและดึงว่าวตัวอื่นให้เสียการทรงตัวได้ จะใช้สำหรับแข่งขันหรือการเล่นสวยงามหรือเพื่อความเพลิดเพลิน

ว่าวอีกชนิดที่เป็นที่นิยมเหมือนกันและเป็นคู่แข่งกันตลอดการคือ ว่าวปักเป้า เป็นว่าวรูปทรงขนมเปียกปูน การขึ้นโครงค่อนข้างใช้การเหลาไม้ไผ่ให้หนาหน่อย ทำให้ตัวว่าวค่อนข้างแข็งและมีหางอยู่ที่ปลายเพื่อช่วยการทรงตัว คุณสมบัติของว่าวปักเป้าคือความคล่องตัวและปราดเปรียว อาวุธประจำกายคือเหนียงที่ติดอยู่ช่วยในการเกี่ยวให้คู่ต่อสู้เสียการทรงตัวและตกลงในที่สุด

ส่วนว่าวอีกชนิดที่เด็ก ๆ ชื่นชอบคือว่าวงู ว่าวงูจะมีหัวเหมือนงูแผ่แม่เบี้ยและมีหางยาวช่วยในการทรงตัว ขึ้นง่าย เล่นง่าย สีสันหลากหลาย เหมาะสำหรับการเล่นสวยงาม เด็กทุกคนรู้จักและคุ้นเคยเพราะมีลักษณะเหมือนงูจึงจำง่ายและเรียกตามชื่อตรงตามลักษณะ

พอยุคสมัยเปลี่ยนไปความนิยมของว่าวโบราณได้ลดความนิยมลง และการขึ้นหรือการเล่นค่อนข้างยาก ทำจากกระดาษสาหรือกระดาษว่าวทำให้ขาดง่ายไม่ทนทาน ที่สำคัญหาช่างหรือคนที่สืบสานการทำว่าวยากขึ้นจึงเริ่มเลือนหายไป แต่ว่าวก็ยังเป็นที่นิยมโดยอิทธิพลของว่าวต่างประเทศจำพวก สตั้นไคท์ ที่ทำจากผ้าร่ม โครงทำจากพลาสติกที่มีความทนทานไม่ขาดง่าย และกินลมขึ้นง่ายคนเดียวก็ปล่อยว่าวได้ถ้ามีลม เด็กรุ่นใหม่จึงหันไปเล่นกันเยอะ

ว่าวอีลุ้ม อาจจะไม่คุ้นชื่อแต่ทุกคนคงคาดไม่ถึง

ลองย้อนกลับมาดูว่าวไทยในอดีตที่ได้รับความนิยมอันดับต้น ๆ อีกแบบหนึ่งนั้นคือ ว่าวอีลุ้ม ลองมาดูว่ามันมีวิธีทำอย่างไร ว่าวอีลุ้มเป็นว่าวที่รูปทรงไม่ต่างจากว่าวปักเป้า คือรูปทรงสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน แต่การทำแตกต่างกันคือมีการเหลาไม้ไผ่ขึ้นโครงที่อ่อนกว่าเพื่อรับลม ทำให้ว่าวอีลุ้มกินลมมากเพราะอ่อนรับลม ส่วนปีกทั้งสองข้างมีหางช่วยในการทรงตัวของว่าวชนิดนี้ ขึ้นง่ายและเป็นที่นิยมของเด็กไทยทุกคนไม่แพ้กับว่าวชนิดอื่นหรือว่าวงู เริ่มคุ้นหรือยังครับ รูปทรงสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนที่ทุกคนชอบสับสนว่าคุณกำลังเล่นว่าวปักเป้าอยู่ แต่หารู้ไม่ส่วนใหญ่ที่คุณเล่นมันไม่ใช่ว่าวปักเป้า เพราะว่าวปักเป้าค่อนข้างขึ้นยาก ว่าวสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนที่ขายกันทั่วไปมันคือว่าวอีลุ้มนั้นเอง ช่วยกันนะครับอย่าให้ของเล่นไทยประเภทว่าวจางหายไปจากเมืองไทยเลย

 

post

ว่าวไทยสื่อสารความเป็นไทยได้อย่างงดงามไม่แพ้ชาติใดในโลก

ทุกคนคงรู้ว่าศิลปะบงชี้ความเป็นชาติและยุคสมัยได้ดีแค่ไหน โดยแต่ละเชื้อชาติแต่ละศาสนาล้วนแล้วแต่ศึกษาจากต้นกำเนิดของงานศิลปะ ว่าเรามาจากไหน มีต้นตะกูลเป็นใครเผ่าไหน มีวัฒนธรรมอย่างไร มีวิถีการใช้ชีวิตแบบใดมาก่อน ไม่ว่าจะผ่านไปนานกี่ร้อยกี่พันปีก็ตาม

ส่วนใหญ่สืบค้นได้จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์เช่น ถ้วยโถ ชาม ของใช้ เสื้อผ้า เครื่องประดับ ล้วนดูจากลายเส้นของผ้า สีสัน ลายบนข้าวของเครื่องใช้ เครื่องประดับหลากสีสันหรือแม้แต่การถักทอของหวายหรือลายเส้นบนอาวุธ รูปแบบความโค้งเว้าของทรงแจกัน ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เกิดจากการรังสรรค์ของศิลปะทั้งนั้น จึงได้มาซึ่งข้าวของพวกนี้ที่ชนรุ่นหลังขุดค้นพบ

ว่าวก็เช่นเดียวกัน เราไม่สามารถจะปฏิเสธได้เลยว่าลายเส้นบนกระดาษที่ทำว่าว หรือแม้แต่ไม้ไผ่ที่เหลามือโดยมีความบางหนาแตกต่างกันตามขนาด และความโค้งงอของแต่ละชนิดของว่าว หรือแม้แต่เส้นด้ายหรือเชือกป่านที่นำเข้ามามัด ถักผูกขึ้นรูปก็ยังมีส่วนสำคัญในการมองความเจริญ และความประณีตของคนรุ่นก่อนเมื่อหลายร้อยปีที่ผ่านมาของคนไทย

ขั้นตอนการสื่อสารความเป็นไทยที่ใส่ลงไปในงานศิลปะการทำว่าว

ว่าวในประเทศไทย แน่นอนว่ามีเป็นร้อยชนิดตามแต่ภูมิภาค จะทำขึ้นเพื่อเป็นเครื่องเล่น เพื่อการแข่งขัน หรือเพื่อความเพลิดเพลินก็ตาม ล้วนแล้วแต่มีกรรมวิธีที่ละเอียดอ่อนตามยุคสมัย การทำว่าวเริ่มจากการที่ต้องเลือกไม้ไผ่เป็นส่วนประกอบ พอเลือกที่มีอายุพอเหมาะแล้วยังต้องผ่าทดสอบความหยืดหยุ่นและยังต้องทิ้งไว้ให้แห้งอย่างน้อย 1 ปี แล้วการเหลาก็จะมีความละเอียดอ่อนของแต่ละชนิดของว่าว

โดยคนสมัยโบราณคงมีการลองผิดลองถูกมาแล้วจนกระทั้งรู้ว่าต้องงอตรงหัวเพื่อรับลม และต้องบางตรงปลายข้างเพื่อกินลมได้ดี ส่วนกระดาษที่ใช้สมัยโบราณได้อิทธิพลมาจากจีน ก็จะเป็นกระดาษสาจีนซึ่งมีความบางแต่จะต้องทำอย่างไรให้สามารถทนแรงลมได้ ก็ต้องหาเชือกมาขึงให้แนบกับตัวกระดาษเพื่อไม่ให้กระดาษขาดง่ายแล้วสามารถกินลมอยู่บนอากาศได้นาน แถมยังต้องรู้ว่าจะต้องขึงแบบไหนที่เหมาะกับว่าวอะไรแล้วแต่ละชนิดว่าวจะต้องขึงแบบเป็นตาราง หรือแบบยาว หรือถี่แค่ไหน

ส่วนความสวยงามของว่าวทางด้านลวดลายและการตกแต่งก็ยังจะบ่งชี้ความเจริญของการทำว่าวยุคนั้น ๆ เปลี่ยนไปตามการเวลา ยุคสมัย ความเจริญของต่างชาติที่เข้ามา ไม่ว่าใครจะเห็นเป็นอย่างไรแต่ศิลปะบนผืนกระดาษสาและการทำว่าวไทยที่ละเอียดอ่อนมันจะเป็นตัวบ่งชี้ว่า นี่แหละคือเครื่องมือสื่อสารอีกอย่างหนึ่งของคนไทยที่เป็นเอกลักษณ์ และคงความเป็นไทยไม่ว่าจะคนชาติไหนที่พบเจอก็จะรู้ว่านี่คือของคนไทย แล้วคุณละจะไม่ช่วยกันอนุรักษ์และเชิดชูว่าวไทยหรือ

 

post

ทำไมว่าวไทยถึงสืบสานความเป็นมรดกโลก

ตั้งแต่สมัยโบราณการเล่นว่าวของไทยมีแพร่หลายตามหัวเมืองใหญ่ แต่ละภาคแต่ละจังหวัดของเมืองไทย หรือไม่ว่าจะเป็นของเล่นสมัยโบราณของเด็กก็ดี หรือจะเป็นเครื่องเล่นของผู้ใหญ่ก็ดี การพนันขันต่อในการแข่งขันก็ดี หรือแม้แต่พระมหากษัตริย์ก็ดี ถือว่าเป็นของโบร่ำโบราณที่นับวันจะเริ่มสูญหายและเรือนหายไปเรื่อย ๆ มองย้อนกลับไปซัก 20-30 ปีที่แล้วการเล่นว่าวยังมีอยู่มาก พอถึงหน้าร้อนของไทย ถ้าใครได้ผ่านแถวสนามหลวงจะยังพอเห็นคนเล่นว่าว และจะมีคนทำว่าวมาแขวนขายรอบ ๆ ท้องสนามหลวงเป็นจำนวนมาก ล้วนแล้วแต่เป็นว่าวไทย ไม่ว่าจะเป็นว่าวจุฬา ว่าวปักเป้า ว่าวอีลุ้ม ว่าวงูที่เด็ก ๆ ชอบกัน มีลายเส้นแตกต่างกันไปตามจินตนาการของผู้ทำ และมีสีสันสดสวยและรูปแบบล่อตาล่อใจคนที่ผ่านไปผ่านมา จนไม่สามารถอดใจได้ในการซื้อหาไว้เล่น

หรือถ้าใครอยากจะเล่นว่าว แน่นอนสำหรับในกรุงเทพมหานครก็ต้องมุ่งตรงไปที่สนามหลวงเพราะจะมีขายหลากหลายรูปแบบ หลังจากนั้นมาว่าวไทยก็เริ่มที่จะโดนกลืนกินโดยรูปแบบของว่าวต่างชาติที่ขึ้นง่ายกว่า เล่นง่ายกว่า ทนทานด้วยวัสดุมากกว่า เพราะใช้ผ้าร่มในการผลิต ส่วนทางด้านโครงสร้างก็ใช้พลาสติกในการทำ ทำให้ไม่หักง่ายและทนทาน ส่วนแทนที่คนไทยจะอนุรักษ์และรักษาไว้ด้วยคนรุ่นใหม่ ก็กลับกลายเป็นนิยมของใหม่รูปแบบใหม่ที่มาจากเมืองนอก กลับกันชาวต่างชาติกลับเห็นความเป็นศิลปะของลายเส้นและวิธีทำ โดยส่วนใหญ่นำไปเป็นของสะสมและของแต่งบ้าน คนที่จะสืบสานการทำก็ลดน้อยลงตามความต้องการ

ความเป็นมรดกโลกของว่าวไทย มันคือวิธีการทำที่ละเอียดอ่อน

ทำไมมันถึงสามารถเป็นมรดกโลกได้ การทำว่าวไทยแบบคร่าว ๆ อาจจะไม่ถึงกับเจาะลึกทุกรายละเอียด เริ่มตั้งแต่การเลือกไม้ไผ่ ต้องใช้ไม่ไผ่ที่มีอายุไม่น้อยจนเกินไปและไม่มากจนเกินไป ถ้าอ่อนเกินไปจะหักง่ายในการขึ้นไปปะทะกับลม แต่ถ้าแก่เกินไปจะทำให้การให้ตัวของว่าวจะไม่ดีเท่าที่ควร การดูไม้ขึ้นอยู่กับความชำนาญของผู้ทำ การเหลาไม้ส่วนใหญ่จะเหลาแบบลำหวาย คือเหลาเท่ากันแต่จะเรียวที่ปลายเพื่อจะมีการสปริงรับลมและกินลมได้เยอะ ส่วนกระดาษในสมัยก่อนใช้เป็นกระดาษสาจีน เป็นกระดาษเหมือนไส้ในประทัดค่อนข้างบางขาดง่ายการทำเราจึงมีการขึงกระดาษด้วยเชือกเรียกว่าการขึงสัก มีสองวิธีคือ ว่าวจุฬาจะขึงตามตารางหมากรุก ส่วนว่าวปักเป้าจะขึงตามยาวลงมา และเราจะต้องใช้เศษกระดาษตัดมาเป็นลูกปลา คือการแปะกระดาษเป็นตารางหรือเป็นแนวยาวตามว่าวเพื่อให้เชือกที่ขึงกับว่าวแนบตัวว่าวและว่าวจะคงทนไม่ขาดง่าย ขั้นตอนการทำว่าวไทยยังมีอีกเยอะถ้าจะเล่ากันจริง ๆ สามวันสามคืนก็ไม่จบ ถามว่าแค่นี้ยังพิสูจน์ไม่ได้อีกหรือว่า ว่าวไทยคือมกดกโลก

 

post

ว่าวไทย ประเพณีไทยสู่วัฒนธรรมทรงคุณค่าที่ควรรักษา

                ประเพณีของไทยนั้นอย่างที่เรารู้ ไม่เคยแพ้ชาติใดในโลก และอาจจะมีมากที่สุดในโลกก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นประเพณีขอฝนแห่นางแมวของอีสาน ประเพณีกินเจของทางใต้ ประเพณีโล้ชิงช้าของภาคกลาง ประเพณีผีตาโขนอีสาน ประเพณีวิ่งควายของพัทยาตะวันออก และอื่น ๆ ของแต่ละภาคและยังแบ่งอีกแต่ละจังหวัด หรือในแต่ละจังหวัดยังมีประเพณีอีกหลายประเพณีหรือแม้แต่ยังแบ่งแยกไปในแต่ละชนเผ่าหรือหมู่บ้านด้วยซ้ำ แต่เราจะพูดถึงประเพณีอีกประเพณีที่มีทุกภาคของประเทศไทย นั้นคือประเพณีเล่นว่าวหรือแข่งขันว่าว ไม่ว่าจะเป็นว่าวสวยงามประกวดประชันกัน ว่าวยักษ์ที่แข่งกันขึ้นไปโลดแล่นอยู่บนท้องฟ้าให้นานที่สุด หรือจะเป็นการแข่งกันเป็นฝั่งเพื่อต่อสู้กัน แล้วทำไมแค่ว่าวถึงเป็นประเพณีและวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าได้ ไม่ว่าจะเป็นการรักษาการทำว่าวโบราณที่บางชนิดแถบจะหาคนทำไม่ได้แล้วแต่ถ้าเราคงไว้ซึ่งประเพณีที่มีอยู่ตั้งแต่อดีต เพื่อให้อยู่ในปัจจุบันตกถอดสู่ลูกหลานจนเป็นวัฒนธรรม หรือการทำลายที่บงชี้ถึงความเจริญและลายเส้นของว่าวที่บงชี้ว่าอยู่ในยุคไหนหรือแม้แต่วัสดุที่นำมาทำว่าวก็ตาม สิ่งนี้คือคุณค่าทางวัฒนธรรมที่ควรรักษา

การแข่งขันของประเพณีว่าวไทย และรูปแบบการแข่งขัน

การแข่งขันของประเพณีว่าวไทยมีหลายอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้แบ่งฝั่งอย่างเช่นในกรุงเทพที่มีมาช้านานนั้นคือ ประเพณีแข่งขันว่าวในกรุงเทพสนามหลวงคือ ว่าวจุฬาและว่าวปักเป้า โดยว่าวจุฬาจะมีจำปาซึ่งทำมาจากไม้ไผ่เหลาติดอยู่ที่สายป่านและนำมาประกอบกันหลายๆอันเป็นอาวุธในการต่อสู้เพื่อเป็นตัวเกี่ยวเชือกของว่าวปักเป้าทำเสียการทรงตัวโดยการวิ่งและให้ข้ามมาตกในแดนของว่าวจุฬา

ส่วนทางด้านว่าวปักเป้าจะมีเหนียง ซึ่งเป็นบ่วงเชือกที่มีไว้คล้องส่วนหัวของว่าวจุฬา ถ้าคล้องได้ว่าวจุฬาก็จะเสียการทรงตัวและว่าวปักเป้าก็จะพยายามให้ว่าวจุฬาตกในแดนของตนเอง แล้วไม่เท่านั้นประเพณีการเล่นว่าวอีกหลายประเพณีอย่างเช่นจังหวัดบุรีรัมย์ก็มีการทำว่าวยักแข่งขันกันขึ้นสู่ท้องฟ้าให้ได้นานที่สุดโดยน้ำหนักบางตัวเกินสิบกิโลกรัมต้องใช้คนในการช่วยทำให้มันขึ้นเป็นทีมบางทีหลายสิบคนเลยทีเดียว หรือจะเป็นอีกประเพณีคือการแข่งขันว่าว สลาแย ของจังหวัดสตูล เป็นว่าวที่มีการแข่งขันกันทางภาคใต้และมีมาเป็นเวลานานโดยการส่งว่าวขึ้นไปทีละห้าตัว ส่งขึ้นไปในแนวตั้ง โดยเล่นกันตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคมเพราะได้รับอิทธิพลลมตะวันออกเฉียงเหนือ แล้วที่กล่าวมาเป็นประเพณีแค่บางส่วนในเมืองไทยและนั้นคือวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าที่ควรรักษา