post

Free Solo Climbing กีฬาท้าตายที่มีความหมายมากกว่าแค่คึกคะนอง

กีฬาเป็นการเล่นและการออกกำลังกายเพื่อสร้างเสริมสุขภาพที่ดี แต่หลาย ๆ ครั้งกีฬาก็เป็นสาเหตุให้ร่างกายบาดเจ็บหรือสร้างผลกระทบมากกว่านั้น อาจจะด้วยการหักโหมเกินไปหรือด้วยอุบัติเหตุ อุบัติเหตุในกีฬาเกิดขึ้นได้เสมอและหากพลาดได้รับบาดเจ็บผู้เล่นก็แค่พักฟื้นร่างกาย เมื่อพร้อมก็กลับมาเล่นกีฬาชนิดนั้น ๆ ได้อีก แต่ Free Solo Climbing หรือกีฬาปีนเขาตัวเปล่าไม่เหมือนกีฬาเอ็กซ์ตรีมประเภทอื่นตรงที่ผู้เล่นไม่มีสิทธิ์พลาด ความพลาดพลั้งแค่ครั้งเดียวอาจหมายถึงชีวิต ทำไมกีฬาที่เสี่ยงอันตรายสุด ๆ เช่นนี้ถึงยังมีคนเล่นและพวกเขาเล่นไปเพื่ออะไรนี่คือคำตอบ

ท้าทายขีดความสามารถ กีฬาแทบทุกชนิดก็มีเป้าหมายเช่นเดียวกันและ Free Solo Climbing ก็ไม่ต่างจากกีฬาชนิดอื่น ๆ ที่ต้องการคำตอบว่ามนุษย์เรามีความสามารถถึงขั้นไหน ทั้งยังเป็นการทดสอบกับตัวเองว่าในสิ่งที่คนทั่วไปทำไม่ได้หรือปฏิเสธว่าเป็นไปไม่ได้พวกเขาจะทำสำเร็จหรือไม่

สร้างประวัติศาสตร์ มนุษย์สุดขีดเหล่านี้ต้องการจารึกชื่อของตัวเองลงในหน้าประวัติศาสตร์ การได้ชื่อว่าเป็นผู้พิชิตยอดเขาด้วยมือเปล่าน้อยคนนักที่จะทำสำเร็จ ดังนั้นไม่สำคัญว่าจะเป็นคนแรกที่ทำสำเร็จหรือเป็นคนที่เท่าไหร่ ไม่ว่าจะปีนภูเขาสำเร็จแค่ลูกเดียวหรือปีนสำเร็จมาแล้วหลายสิบลูก ชื่อของพวกเขาทั้งหมดจะถูกบันทึกลงในหน้าสื่อและเป็นสถิติในวงการนักปีนเขาอย่างแน่นอน

ท่องเที่ยวทั่วโลก แน่นอนว่าหากเป็นภูเขาลูกใหม่หรือภูเขาที่ยังไม่มีใครพิชิตย่อมน่าสนใจกว่า อีกทั้งความท้าทายของสภาพภูมิประเทศ สภาพอากาศที่แตกต่างกันเป็นความท้าทายที่เติมเต็มไฟให้นักปีนเขาได้เป็นอย่างดี ผลพลอยได้คือนักปีนเขาเหล่านี้มีโอกาสได้เดินทางไปทั่วโลกเพื่อแสวงหาสถานที่เหมาะ ๆ ในการสร้างตำนานบทใหม่ให้กับวงการ

สร้างแรงบันดาลใจ นักปีนเขาแบบมือเปล่าเป็นผู้ก้าวผ่านขีดจำกัดหลาย ๆ อย่างของมนุษย์และนั่นทำให้เรื่องราวที่ถูกถ่ายทอดออกจากปากพวกเขามีความน่าเชื่อถือ เช่นเดียวกับนักกีฬาและผู้ผ่านความยากลำบากแสนสาหัสในชีวิตหลาย ๆ ท่าน นักปีนเขามือเปล่าเองก็มักจะได้รับเกียรติจากหน่วยงานต่าง ๆ เชิญให้ไปเป็นวิทยากรเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้กำลังรู้สึกผิดหวังในชีวิตและผู้ป่วยด้านจิตใจ

เผื่อสถานการณ์ บางสถานการณ์นักปีนเขาลักษณะนี้จำเป็นยิ่งสำหรับเหตุการณ์เฉพาะหน้า การปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือสังคมด้วยตัวเองหรือแม้กระทั่งทำหน้าที่ที่รัฐบาลร้องขอ กล่าวคือความสามารถพิเศษของพวกเขาอาจจำเป็นในการช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ที่ประสบภัยรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการลงมือช่วยเหลือด้วยกำลังของตัวเองหรือใช้ความชำนาญจากทักษะที่ฝึกฝนมาช่วยวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์

ไม่ใช่นักกีฬา Free Solo Climbing ทุกคนจะประสบความสำเร็จ ที่ผ่านมามีนักกีฬาประเภทนี้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุระหว่างปีนเขาจำนวนมาก นักกีฬาผู้นิยมกิจกรรมสุดเสี่ยงนี้หลายคนจึงไม่ต้องการมีพันธะ ไม่แต่งงานหรือมีบุตร ซึ่งนี่ก็เป็นอีกราคาที่พวกเขาต้องจ่ายเพื่อแลกกับการได้ทำในสิ่งที่ใจรัก

post

ล้อเลื่อนชาวเขาจากการละเล่นพื้นบ้านสู่กีฬาเอ็กซ์ตรีมชื่อดัง

จังหวัดพะเยาเป็นจังหวัดเล็ก ๆ ทางภาคเหนือของไทยซึ่งคนไทยหลาย ๆ คนอาจหลงลืมไปด้วยซ้ำเพราะเป็นจังหวัดที่ไม่ค่อยปรากฏในหน้าสื่อ การไม่ค่อยปรากฏในหน้าสื่อนี่เองที่หลาย ๆ คนแทบไม่รู้ว่าจังหวัดนี้มีของดีอะไรบ้างนอกจากทะเลสาปเลื่องชื่ออย่างกว๊านพะเยา แต่ถ้าถามนักท่องเที่ยวแล้วล่ะก็พวกเขารู้จักพะเยาเป็นอย่างดีเพราะจังหวัดนี้เป็นจุดกำเนิดกีฬาเอ็กซ์สตรีมอันมีชื่อเสียงและนักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างก็อยากมาลองเล่นดูสักครั้ง

หลายคนอาจมองว่าจังหวัดพะเยาเป็นเพียงเมืองทางผ่านไม่มีอะไรน่าสนใจ นั่นคือความคิดที่ผิดถนัด จริง ๆ แล้วพะเยาเป็นจังหวัดที่มีคุณภาพชีวิตดีเป็นอันดับต้น ๆ ของเมืองไทยเลย คุณภาพชีวิตดีในที่นี้คืออาหารดี อากาศดี การรักษาพยาบาลดี ที่อยู่อาศัยดี และข้อสุดท้ายทว่าสำคัญที่สุดคืออาชญากรรมเกิดขึ้นน้อยมาก และแทบจะไม่มีอาชญากรรมร้ายแรงเกิดขึ้นเลย นั่นเป็นมูลเหตุให้จังหวัดพะเยาไม่ค่อยปรากฏข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ กล่าวได้ว่านี่คือเมืองที่ปลอดภัยเป็นเมืองในอุดมคติของคนทั้งโลกเลยทีเดียว พะเยาไม่ได้มีดีแค่คุณภาพชีวิตที่ดีเท่านั้นยังมีขนบธรรมเนียมประเพณีที่สวยงาม ผู้คนเป็นมิตรและแหล่งท่องเที่ยวสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่รอให้นักท่องเที่ยวออกเดินทางค้นหาและเก็บความประทับใจกลับไปอีกด้วย

หนึ่งในกิจกรรมอันมีชื่อเสียงในต่างประเทศของจังหวัดพะเยาคือการจัดแข่งกีฬาพื้นบ้านสุดเอ็กซ์ตรีมที่เรียกว่าล้อเลื่อนชาวเขาหรือโกคาร์ทม้งนั่นเอง โกคาร์ทที่ว่านี้ทำด้วยไม้มีสี่ล้อไม่มีเครื่องยนต์ ผู้เล่นจะต้องขึ้นไปนั่งและไหลรถลงเขาโดยความลาดชันของภูเขาประกอบกับน้ำหนักตัวของผู้เล่นจะทำให้โกคาร์ทไม้ทำความเร็วได้พอสมควร การบังคับเลี้ยวก็ไม่ยากเพราะล้อหน้าทั้งสองมีกระเดื่องบังคับทิศทางซึ่งผู้เล่นสามารถใช้เท้าบังคับให้เลี้ยวซ้าย-ขวาได้อย่างง่ายดาย หากต้องการเบรกก็ไม่ยากอีกเช่นกันแค่ใช้เท้าระดับพื้นถนนเท่านั้นเอง ความมันของกีฬาชนิดนี้คือถนนที่ให้รถไหลลงไปนี่แหละ ถนนที่ว่านี้จะเป็นทางลูกรัง แน่นอนว่าแค่หินก้อนเล็ก ๆ ก็อาจทำให้ผู้เล่นกระเด้งกระดอนหรือรถคว่ำได้ เมื่อรถคว่ำฝุ่นฟุ้งทั้งผู้เล่นและกองเชียร์จะสนุกสนานเป็นอันมาก ฟังดูอันตรายแต่จริง ๆ แล้วผู้เล่นจะไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใดเพราะโกคาร์ทม้งความเร็วไม่มากดินภูเขาก็เป็นดินนิ่ม ๆ ไม่ก่อให้เกิดอันตรายแถมไหล่ทางทั้งสองข้างยังมีกองฟางนุ่ม ๆ ไว้คอยรับแรงกระแทกอีกด้วย

โกคาร์ทม้งกลายเป็นกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่มีชื่อเสียงในต่างประเทศหลังจากช่างภาพและนักข่าวชื่อดังนำภาพกีฬาชนิดนี้ไปตีพิมพ์ลงบนนิตยสารระดับโลก เพียงนิตยสารวางจำหน่ายได้ไม่นานนักท่องเที่ยวจากนานาชาติต่างแวะเวียนมาลองเล่นล้อเลื่อนชาวเขาทั้งในงานเทศกาลประจำปีจังหวัดพะเยา(ปีใหม่ม้ง) และอีกสถานที่คือม่อนแจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ที่เปิดให้เล่นตลอดทั้งปี โดยคนไทยอย่างเราแทบไม่รู้เลยว่ามีกีฬาเอ็กซ์ตรีมสุดคูลอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลตัวเราเลย

post

กีฬา Extreme ที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษย์

ความหมายของ Extreme คือความเป็นที่สุด Extreme Sports ก็คือกีฬาอันเป็นที่สุดในหลาย ๆ ด้านทั้งเสี่ยงอันตรายที่สุด ยากที่สุด ไกลที่สุด สูงที่สุด และลึกที่สุด เป็นต้น เหล่านี้คือคุณสมบัติกีฬาของคนสุดขีดที่มนุษย์มนาทั่วไปไม่อาจเลียนแบบ ท่ามกลางกีฬาเอ็กซ์ตรีมนับร้อยนับพันชนิดหลายคนคงไม่ทราบว่ามีกีฬาชนิดหนึ่งอยู่เหนือเกมกีฬาทั้งมวลและนับจนถึงบัดนี้กีฬาที่ว่านี้ถือเป็นกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติไปแล้ว

อลัน เชพเพิร์ด เป็นนักบินอวกาศขององค์การนาซ่าในโครงการอพอลโล่ 14 เขาเป็นมนุษย์โลกคนที่สองที่แหกกฏอันเข้มงวดขององค์กรการบินต่อจากยูริ กาการินนักบินอวกาศผู้ห้าวเป้งกับวีรกรรมโหด…รัสเซียของจริงด้วยการแอบนำว็อดก้าซุกซ่อนขึ้นไปบนยานอวกาศ เพียงแต่อลันไม่ได้นำเครื่องดื่มมึนเมาหรืออบายมุขใด ๆ ขึ้นไปฉ่ำอุราในอวกาศเฉกเช่นกาการิน แต่เขาได้ลักลอบนำเอาอุปกรณ์เพื่อเล่นกีฬาสองชุดขึ้นไปกับยานอพอลโล่ 14 เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1971 หรือเมื่อ 48 ปีที่แล้ว ก่อนอื่นต้องท้าวความก่อนว่าหลังจากโครงการอพอลโล่ 13 ประสบโศกนาฏกรรมเกิดระเบิดขึ้นกลางอากาศช็อกสายตาชาวโลก เพื่อความรัดกุมในโครงการอวกาศช่วงหลังจากเหตุสลดดังกล่าวนาซ่าจะไม่ยินยอมให้นำพัสดุแปลกปลอมใด ๆ ขึ้นไปกับยานอวกาศทั้งสิ้น อลันทราบถึงกฎอันเข้มงวดข้อนี้ดีเขาจึงได้แอบซุกซ่อนอุปกรณ์เพื่อการเล่นกอล์ฟไปกับสัมภาระอย่างสุดเนียน ด้วยการแยกส่วนนำก้านไม้กอล์ฟปนไปกับเครื่องมือขุดหิน หัวไม้กอล์ฟแอบใส่ลงไปในชุดนักบินอวกาศ ลูกกอล์ฟสองลูกแอบยัดไว้ในถุงเท้าอย่างมิดชิด

เมื่อยานอพอลโล่ 14 ทะยานขึ้นจากแหลมคานาเวอร์รัลไปถึงดวงจันทร์ อลันสุดแสบเอาทุกอย่างออกมาประกอบกันแล้วลงไปเหยียบย่างบนดวงจันทร์และจัดแจงทุกอย่างก่อนวาดวงสวิงหวดลูกกอล์ฟไปสองครั้ง ครั้งแรกเขาตีลูกไปได้ไกล 40 หลา ครั้งที่สองหลังจากได้ซ้อมมือกับแรงโน้มถ่วงบนดวงจันทร์แล้วเขาจึงตีลูกได้ไกลขึ้นและการหวดครั้งที่สองนี้ไปไกลกว่าครั้งแรกถึงห้าเท่าหรือประมาณ 200 หลานั่นเอง แน่นอนว่าด้วยความประพฤติสุดรั้นในครั้งนั้นอาจส่งเขาเข้าคุกแทนที่จะได้เป็นบุคคลในหน้าประวัติศาสตร์ เขาจึงไม่สามารถนำเอาหลักฐานอันจะฟ้องเป็นความผิดของเขาในภายหลังกลับมายังโลกด้วย จนถึงปัจจุบันนี้ไม้กอล์ฟสองคันลูกกอล์ฟสองลูกยังคงนอนแน่นิ่งอยู่บนดวงจันทร์ห่างไกลจากบ้าน 384,400 กิโลเมตร

ในเอกภพระบบสุริยะจักรวาลนี้โลกของเราเป็นดาวดวงเดียวที่มีสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาถือกำเนิดขึ้น การได้ไปตีกอล์ฟบนดวงจันทร์ของอลัน เชพเพิร์ดจึงไม่ใช่แค่เป็นกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษย์เท่านั้น แต่อาจกล่าวได้ว่านี่คือกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่สุดเท่าที่จักรวาลของเราเคยมีมาและถือเป็นกีฬาชนิดแรกบนดวงจันทร์อีกด้วย

post

เล่นว่าวแล้วแข็งแรง ประโยชน์ของการเล่นว่าวที่คุณอาจไม่เคยรู้

ว่าวเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมไม่เฉพาะในประเทศไทย แต่ในหลาย ๆ ประเทศ ซึ่งสาเหตุหลักคงมาจากความสนุกสนานเพลิดเพลิน แต่รู้ไหมว่าจริง ๆ แล้วการเล่นว่าวมีประโยชน์มากมายกว่านั้น ครั้งนี้เรารวบรวมประโยชน์ของว่าวที่คุณอาจไม่เคยรู้มาให้ดูกัน

                การเล่นว่าวเป็นการออกกำลังกาย

การเล่นว่าวเป็นกิจกรรมที่ผู้เล่นต้องเคลื่อนไหวร่างกาย โดยเฉพาะตอนออกวิ่งเพื่อให้ว่าวบินขึ้น และเวลาที่คุณพลาดทำว่าวร่วงลงมาจนต้องวิ่งไปเก็บ ซึ่งถือเป็นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ ที่นอกจากจะช่วยเผาผลาญไขมันที่สะสมในร่างกายแล้ว ยังทำให้ระบบหายใจและหมุนเวียนโลหิตแข็งแรงด้วย

สภาพแวดล้อมสร้างสุขภาพ

                การเล่นว่าวกลางแจ้งท่ามกลางแสงแดดอ่อน ๆ จำเป็นต่อการสร้างวิตามินดีซึ่งจำเป็นต่อการสร้างกระดูก การขาดวิตามินดังกล่าวทำให้เป็นโรคกระดูกพรุนได้ นอกจากนั้นหากที่ ๆ เล่นล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติแล้ว ร่างกายยังได้รับอากาศบริสุทธิ์ อักทั้งการได้มองดูและฟังเสียงจากธรรมชาติยังช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดอีกด้วย

                ดีต่อคอและสายตา

การแหงนหน้ามองว่าวที่ลอยอยู่บนฟ้า หรือหันคอไปมาระหว่างเล่นว่าวก็เป็นการยืดกล้ามเนื้อคอ ซึ่งช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อคอบ่าไหล่สำหรับผู้ที่ต้องนั่งทำงานเป็นเวลานานหรือชอบยืนและนั่งงอหลัง นอกจากนั้นการจ้องมองว่าวที่อยู่ไกล ๆ บนท้องฟ้ายังเป็นการผ่อนคลายความตึงเครียดของดวงตา ซึ่งช่วยบรรเทาและป้องกันสายตาสั้นได้

ผ่อนคลายความเครียด

                ว่าวเป็นกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดผ่อน การได้ขยับร่างกายและโฟกัสอยู่กับการควบคุมว่าวนอกจากจะเป็นการฝึกสมาธิแล้ว ขณะที่เล่นว่าวคุณยังได้อยู่กับตัวเอง ลืมเรื่องปวดหัวต่าง ๆ ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว

                สร้างสัมพันธไมตรี

                แน่นอนว่าว่าวเป็นกิจกรรมที่สามารถเล่นคนเดียวได้ แต่มันก็เป็นกิจกรรมที่คุณสามารถเล่นไปพร้อม ๆ กับคนอื่นได้เช่นกัน คุณอาจใช้การเล่นว่าวเป็นกิจกรรมร่วมกันระหว่างสมาชิกในครอบครัว ระหว่างเพื่อนฝูง หรือแม้แต่ใช้โอกาสนี้หาเพื่อนใหม่ ๆ ที่ชอบเล่นว่าวเหมือนกัน นอกจากนั้นระหว่างเล่นว่าวคุณยังสามารถชวนคนที่เล่นด้วยกันคุยเรื่องต่าง ๆ ได้ง่าย คุณอาจชวนคุยเรื่องสภาพอากาศ หรือว่าวที่คุณชอบก็ได้

                แสดงตัวตนและส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์

                ว่าวเป็นงานศิลปะอย่างหนึ่ง การได้ออกแบบ ผลิตว่าวของตัวเองนอกจากคุณจะได้แสดงความเป็นตัวเองผ่านรูปร่าง สี ชนิดของว่าวที่เลือกแล้ว ยังเป็นการฝึกใช้ความคิดสร้างสรรค์อีกด้วย

                เสริมสร้างความสุขและความมั่นใจ

                การเล่นว่าวเป็นกิจกรรมที่ไม่ได้ยากมาก แต่ก็ต้องใช้ความพยายามอยู่บ้างเช่นกัน นี่จึงเป็นกิจกรรมที่เหมาะสำหรับการสร้างความมั่นใจ ลองนึกถึงครั้งแรกที่คุณพาว่าวขึ้นบินได้สำเร็จเป็นครั้งแรกสิว่ามันทำให้คุณมีความสุขมากแค่ไหน

                เห็นแล้วใช่ไหมการเล่นว่าวมีประโยชน์มากมายจริง ดังนั้นถ้ามันมีประโยชน์มากขนาดนี้ อย่าพลาดที่จะใช้เวลาว่างของคุณออกไปเล่นว่าวกับล่ะ


post

เล่นว่าวแล้วฉลาด รวมไอเดียใช้ว่าวเป็นสื่อการสอน

แนวคิดเรื่องการเรียนให้สนุกไม่ใช่แนวคิดใหม่อะไร แต่เอาเข้าจริงการจะเชื่อมโยงวิชาต่าง ๆ กับกิจกรรมที่สนุกก็เป็นอะไรที่ท้าทายไม่น้อย ว่าวเองก็เป็นกิจกรรมหนึ่งที่สนุกสนานเพลิดเพลินและเหมาะกับทุกเพศทุกวัย ดังนั้นครั้งนี้เราจึงจะขอเสนอไอเดียการนำว่าวไปใช้ในการเรียนการสอน มาดูกันว่าการเล่นว่าวสามารถเชื่อมโยงกับวิชาต่าง ๆ ได้อย่างไรบ้าง

วิทยาศาสตร์

                การที่ว่าวจะสามารถบินอยู่บนอากาศได้ ต้องอาศัยหลักการทางวิทยาศาสตร์มากมาย เช่น เรื่องของการเคลื่อนที่ในวิชาฟิสิกส์ เรื่องของวัสดุในวิชาเคมี เรื่องของลมฟ้าอากาศในวิชาอุตุนิยมวิทยา ดังนั้นอาจเริ่มโดยการตั้งคำถามกับนักเรียน เช่น ทำไมว่าวถึงลอยอยู่ในอากาศได้ วัสดุที่ใช้ทำว่าวผลการบินของว่าวอย่างไร การหาทิศทางและความเร็วลมทำได้อย่างไร

 นอกจากนั้นยังสามารถเชื่อมโยงไปสู่การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญ เช่น การทดลองของเบญจามิน แฟรงคลินที่ใช้ว่าวเพื่อทดลองว่าฟ้าผ่าเป็นไฟฟ้าหรือไม่ หรือการคิดค้นวิธีถ่ายภาพทางอากาศด้วยการติดกล้องลอยขึ้นไปกับว่าว

สังคมศึกษา

                ว่าวอาจเรียกได้ว่าเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เพราะมันมีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนานและเกี่ยวข้องกับหลากหลายประเทศทั่วโลก ดังนั้นจึงอาจใช้เชื่อมโยงไปสู่หลากหลายวิชาทางสังคมได้

โดยเฉพาะวิชาประวัติศาสตร์ เพราะว่าวมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ตัวอย่างของไทยก็เช่น เหตุการณ์ที่พระเพทราชาใช้ระเบิดติดกับว่าวแล้วชักข้ามกำแพงข้าศึกเพื่อโจมตี ส่วนในต่างประเทศก็มีหลายประเทศที่ว่าวมีความสำคัญในประวัติศาสตร์ เช่น ในประเทศจีนที่เริ่มแรกมักใช้ว่าวขนาดใหญ่เพื่อนำทหารขึ้นไปสอดแนวข้าศึก หรือญี่ปุ่นที่ใช้ว่าวเพื่อบูชาเทพเจ้า

คณิตศาสตร์

                ปัจจุบันว่าวมีรูปร่างหน้าตาหลากหลาย แต่ก็มีว่าวจำนวนมากที่มีรูปร่างทางเลขาคณิตง่าย ๆ เช่น สี่เหลี่ยมจัตุรัส สี่เหลี่ยมรูปว่าว สามเหลี่ยม ซึ่งสามารถนำมาใช้เป็นสื่อการสอนในวิชาคณิตศาสตร์ได้ เช่น การหาพื้นที่ของรูปร่างต่าง ๆ ได้

พลศึกษา

                แทนที่จะเล่นกีฬาทั่ว ๆ ไปอย่างฟุตบอล บาสเกตบอล หรือวอลเวย์บอลทุกคาบ คุณครูอาจแบ่งสักสองสามคาบให้นักเรียนได้เล่นว่าวดูบ้าง ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งการเล่นแบบทั่วไปหรือแข่งขันกัน เช่น ว่าวของใครอยู่บนฟ้าได้นานกว่า หรือกระทั่งจัดแข่งขันดวลว่าวแบบไทย ๆ ที่ทั้งสองฝั่งต้องดึงว่าวของฝ่ายตรงข้ามให้มาตกในเขตของตัวเองให้ได้

ศิลปะและงานประดิษฐ์

                คงไม่มีวิชาไหนที่เหมาะกับการนำว่าวมาใช้เป็นสื่อการสอนมากกว่าวิชาที่เกี่ยวข้องกับศิลปะและงานประดิษฐ์อีกแล้ว เพราะว่าวในทุก ๆ วัฒนธรรมล้วนผ่านการออกแบบและใช้ทักษะการประดิดประดอยอย่างพิถีพิถัน

                คุณครูอาจฝึกความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนโดยให้ออกแบบลายหรือรูปร่างของว่าว หรือกระทั่งให้ศึกษาแนวคิดการออกแบบว่าวในวัฒนธรรมต่าง ๆ ซึ่งก็สามารถนำมาปรับใช้กับว่าวของตัวเองได้

                ลองนำไอเดียเหล่านี้ไปใช้กันนะ เพราะนอกจากเด็ก ๆ จะได้เรียนรู้ไปพร้อมกับการเล่นว่าวอย่างสนุกสนานแล้ว ยังทำให้เด็กรุ่นใหม่ที่ไม่เคยได้เล่นว่าวได้หันมาสนใจเล่นว่าวกันมากขึ้นอีกด้วย

post

รู้จักไคท์บักกี้ กีฬาว่าวติดล้อสุดมัน

กีฬาสำหรับคนชอบความเร็วนั้นมีอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นฟอร์มูล่าวันหรือการแข่งขันรถจักรยานยนต์ แต่ในบรรดากีฬาท้าความเร็วเหล่านี้ มีหนึ่งประเภทที่อาจถูกใจคนชอบเล่นว่าวเป็นพิเศษ มันมีชื่อว่าไคท์บักกี้ (Kite Buggy)

ไคท์บักกี้คืออะไร

                ไคท์บักกี้ คือรถลากที่ไม่ได้ใช้ม้า วัว หรือคนลาก แต่ใช้ว่าวลากนั่นเอง หากสงสัยว่าว่าวจะลากรถได้ยังไง ลองนึกถึงว่าวที่มีขนาดใหญ่อย่างว่าวสตั๊นหรือว่าวเซิร์ฟ ที่มีความสามารถลากของหนัก ๆ ได้ นอกจากนั้นตัวรถเองก็ออกแบบมาให้มีน้ำหนักเบาอีกด้วย

                แต่ไคท์บักกี้ไม่ใช่กีฬาที่เล่น เพราะนอกจากผู้ควบคุมจะต้องมีทักษะที่ต้องฝึกฝนเป็นอย่างดีแล้ว ความเร็วสูงสุดที่มันทำได้อาจมากถึง 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว

อุปกรณ์เล่น ไคท์บักกี้

                ทั่วไปแล้ว บักกี้ หรือตัวรถลากมักมีสามล้อ โดยมีล้อหน้า 1 ล้อ ล้อหลัง 2 ล้อ ตัวล้อจะคล้ายรถยนต์  มีที่นั่งอยู่ระหว่างล้อทั้งสาม แต่เยื้องมาทางล้อหลังมากกว่า ด้านข้างล้อหน้ามีที่วางเท้าและที่สำหรับถีบเพื่อเลี้ยวซ้ายขวา ส่วนสายว่าวจะไม่ได้เชื่อมต่อกับตัวรถหรือบักกี้ แต่จะผูกติดอยู่กับด้ามจับยาวคล้ายแฮนด์ของรถจักรยานยนต์ ซึ่งจะคาดติดกับตัวของผู้ขับขี่อีกทีหนึ่ง

การควบคุม ไคท์บักกี้ เบื้องต้น

                การควบคุมให้ไคท์บักกี้ เคลื่อนที่ไปข้างหน้านั้น เริ่มจากผู้ควบคุมนำว่าวขึ้นบินก่อน เมื่อว่าวลอยติดลมแล้ว ผู้ควบคุมจึงขึ้นไปนั่งบนบักกี้ ระหว่างนั้นก็จะต้องควบคุมว่าวให้ดี อย่าให้ร่วงลงมา

การเบรกนั้น ตัวบักกี้ไม่มีระบบเบรก ผู้เล่นมือใหม่อาจใช้การหยุดด้วยเท้า ส่วนผู้ที่ควบคุมว่าวได้อย่างชำนานอาจควบคุมให้ว่าวเคลื่อนไปอยู่ทางด้านหลัง บักกี้ เพื่อให้ว่าวต้านลม และดึงให้ความเร็วบักกี้ลดลงจนหยุด

ส่วนการเลี้ยว บักกี้ ทำได้โดยการใช้เท้าถีบส่วนที่อยู่ด้านข้างล้อหน้าข้างใดข้างหนึ่ง ซึ่งจะทำให้ล้อเลี้ยวเปลี่ยนทิศทาง

อันตรายและข้อควรระวังในการเล่น

                ไคท์บักกี้ถือเป็นกีฬาผาดโผน ซึ่งก็มีความเสียงต่อการบาดเจ็บ ดังนั้นจึงมีข้อควรระวังดังต่อไปนี้

  • มือใหม่ที่ยังไม่ชำนาญในการควบคุมว่าว ควรใช้ว่าวที่มีขนาดเล็ก เช่น ว่าวที่มีขนาด 2-3 ลูกบาศก์เมตร และเล่นในที่ ๆ มีความเร็วลมไม่มาก เช่น ไม่เกิน 19 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • เล่นในสถานที่ ๆ มีพื้นที่มากพอ ไม่มีสิ่งกีดขวางมากจนเกินไป และเลือกล้อให้เหมาะกับสภาพพื้นผิว เช่น หากพื้นผิวขรุขระให้ใช้ล้อขนาดใหญ่
  • สวมอุปกรณ์ป้องกัน ได้แก่ เสื้อที่มีความหนาเหมือนเสื้อสำหรับแข่งรถ และหมวกกันน็อกที่มีน้ำหนักเบาและไม่บดบังทัศนะวิสัย เช่น หมวกจักรยานเสื้อภูเขา

บักกี้จั๊มและบักกี้ไอซ์สเกต

                นอกจากการเล่น ไคท์บักกี้ แบบปกติแล้ว ยังมีวิธีการเล่นแบบอื่นซึงผาดโผนยิ่งกว่า เหมาะกับผู้ที่ต้องการความท้าทายมากขึ้น แบบแรกเรียกว่า บักกี้จั๊ม ซึ่งเป็นการให้ว่าวยกบักกี้ให้ลอยขึ้นจากพื้นชั่วขณะ  และผู้ที่มีความชำนาญอาจแสดงท่าทาง ลีลาขณะลอยตัวด้วย ส่วนอีกแบบคือบักกี้ไอซ์สเกตมีวิธีการเล่นเหมือนไคท์บักกี้ปกติ เพียงแต่เล่นบนพื้นน้ำแข็ง และเปลี่ยนจากล้อเป็นใบมีดแบบเดียวกับรองเท้าสเก็ตน้ำแข็งแทนนั่นเอง

                ไคท์บักกี้เป็นเพียงในกิจกรรมสนุก ๆ ที่คนชอบเล่นว่าวสามารถทำได้ หากคุณเป็นคนชอบเล่นว่าว ก็อย่าลืมมองหาวิธีการเล่นว่าวแบบใหม่ ๆ เพื่อเปิดโลกแห่งการเล่นว่าวให้กว้างขึ้นกันล่ะ


post

ว่าวไทยกับลมหายใจอันแผ่วเบา เสน่ห์การละเล่นที่แพ้ทางกาลเวลา

ว่าว การละเล่นที่มีมาช้านาน และไม่ได้มีแค่ในไทยเราเท่านั้น หลาย ๆ ประเทศในเอเชียก็มีวัฒนธรรมการเล่นว่าวเหมือนกับไทยเรา แต่สำหรับ “ว่าวไทย” นั้น เป็นกิจกรรมที่อยู่คู่ครอบครัวไทยเลยก็ว่าได้ ในสมัยก่อนในช่วงฤดูร้อนของทุกปีในตอนนั้นน่านฟ้าของไทย และบริเวณสนามหลวงจะเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยว่าวไทยนานาชนิด เราจะเห็นว่าวตัวเล็กตัวน้อยที่ลอยโต้ลมอยู่ตลอดเวลา และได้ยินเสียงเฮฮาจากเด็ก ๆ คุณพ่อและคุณลูกที่วิ่งเล่นให้ว่าวโต้ลมสู่ฟ้ากันอย่างครึกครื้นสนุกสนาน แต่เมื่อโลกเปลี่ยนไป ดูเหมือนลมที่คอยโต้ว่าวไทยให้ลอยสู่ฟ้ากลับแผ่วเบาลง นั่นทำให้ลมหายใจของว่าวไทยก็ดูเหมือนจะริบหรี่ลงไปด้วยเช่นกัน

ว่าว คือ กีฬาไทยชนิดหนึ่ง

คนรุ่นใหม่อาจจะไม่ทราบว่า สิ่งที่เรียกว่าเป็นกีฬาไทยแท้ ๆ นั้นนอกจากมวยไทยแล้ว หมากรุกไทยแล้ว ก็ยังมีว่าวไทยอีกอย่างที่อยู่ในฐานะกีฬาพื้นบ้านไทย เพราะว่าวของแต่ละชาตินั้นจะมีเอกลักษณ์ในการสร้างสรรค์โครงสร้างตัวว่าวในแบบของตนเอง ซึ่งปักเป้า กับจุฬาก็ถือว่าเป็นตัวแทนว่าวไทยในการแสดงเอกลักษณ์ให้เห็นถึงความแตกต่างจากว่าวของชาติอื่น ๆ ในเอเชีย เมื่อสมัยก่อนว่าวไทยยังเป็นกีฬาที่มีการแข่งขันกัน และสถานที่แข่งขันที่ใช้กันนั้นก็คือสนามหลวง ไม่เพียงแต่จะแข่งกันในเรื่องของความสูงในการเล่นว่าว หรือดูว่าว่าวของใครลอยสูงที่สุดโต้ลมได้นานที่สุดเท่านั้น แต่ยังมีการแข่งขันประกวดความสวยงาม และการออกแบบตัวว่าวอีกด้วย

แต่ในปี 2553 ทางการได้มีการประกาศปิดสนามหลวงเพื่อปรับปรุงพื้นที่ ซึ่งการปรับปรุงสนามหลวงครั้งนี้กินระยะเวลาเป็นปี ซึ่งแน่นอนว่ากระทบกับการแข่งกีฬาว่าวไทยเป็นอย่างมาก บวกกับปัจจัยภายนอกอื่น ๆ ทั้งเรื่องของการเมืองความสงบของบ้านเมือง เหตุการณ์สำคัญ ๆ ที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย ส่งผลให้ว่าวไทยไม่ได้ไปต่อ การแข่งขัน การละเล่นต่าง ๆ ต้องงดไปโดยปริยาย และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของหายใจที่เริ่มแผ่วเบาของว่าวไทยในวันนี้

การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีก็ทำให้ว่าวไทยวิกฤต

การที่โลกเปลี่ยนแปลงเร็วเพราะเทคโนโลยีเข้ามาแทรกแซง ทำให้อะไรที่ดูเป็นเรื่องเก่า ๆ ไม่ทันสมัยกลายเป็นสิ่งที่ต้องถูกโละทิ้งให้เลือนหายไปในความทรงจำตามการเวลา และทุกสิ่งก็ต้องเป็นเช่นนั้นแบบไม่มีข้อยกเว้น ยกตัวอย่างง่าย ๆ ว่าวในฐานะกีฬาพื้นบ้านของไทย เมื่อไหร่ที่มีการจัดแข่ง ก็อาจจะมีการพนันขันต่อเล็ก ๆ ข้างสนาม เป็นการเดิมพันเพื่อความสนุกสนานไม่ได้หวังรวย แต่ปัจจุบันคนที่จะเล่นพนันกีฬาก็จะหันไปใช้บริการเว็บพนันออนไลน์ อย่างเว็บ VWIN ที่จัดเต็มเรื่องพนันกีฬาจากทั่วโลก จะพนันก็ง่าย แถมเรื่องจ่ายก็จริง นี่คือความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกที่เกิดขึ้นในวันนี้ เวลาเปลี่ยน สังคมเปลี่ยน ใจคนก็เปลี่ยน เราไม่สามารถบอกได้ว่า อะไรมันดีกว่ากัน และอะไรควรจะเป็นอย่างไร แต่ว่าวไทย ผิดอะไร ทำไมคนไทยถึงเริ่มที่เลือกจะทิ้งมันไว้ให้เหลือเพียงแค่ความทรงจำ

หากเป็นไปได้ ภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง น่าจะจัดกิจกรรมอะไรสักอย่างเพื่อการส่งเสริมว่าวไทยในฐานะกีฬาพื้นบ้านของไทย เพื่อสร้างภาพจำใหม่ ๆ  ให้กับคนรุ่นหลัง ซึ่งสิ่งเหล่านี้น่าจะเป็นสิ่งที่ช่วยต่อลมหายใจให้กับว่าวไทยไปได้อีกสักระยะหนึ่งทีเดียว

post

การประลองว่าว สังเวียนเดือดของคนเล่นว่าว

การเล่นว่าวคนเดียวถือเป็นกิจกรรมที่สร้างความเพลิดเพลิน แต่จะเป็นอย่างไรถ้าว่าวสองตัวหรือมากกว่านั้นจะต้องมาต่อสู้เพื่ออยู่รอด การแข่งขันเพื่อหาคนสุดท้ายที่บินอยู่บนฟ้าได้นี้เรียกว่า การประลองว่าว (Kite fighting)

การประลองว่าวคืออะไร

                การประลองว่าวคือการแข่งขันซึ่งผู้เล่นทั้งสองฝั่งต้องควบคุมให้ว่าวของตนองบินอยู่บนฟ้า ขณะเดียวกันก็ต้องตัดสายว่าวของฝั่งตรงข้ามให้ได้ การแข่งขันนี้เป็นที่นิยมในหลายประเทศ เช่น อัฟกานิสถาน อินเดีย เวียดนาม ไทย

                สายว่าวที่ใช้ในการแข่งขันนี้จะมีความคมมากกว่าปกติโดยวัสดุที่ใช้และวิธีการทำจะแตกต่างกันออกไป เช่น เชือกป่านที่ชุบด้วยเศษแก้วและกาวจากข้าว สายโลหะ หรือบางวัฒนธรรมก็ใช้การติดใบมีดคมที่ตัวว่าวแทน

กติกาการประลองว่าว

                กติกาการประลองว่าว แตกต่างกันไปตามพื้นที่ โดยผู้เล่นอาจมีได้ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป แต่ส่วนใหญ่แล้วกติกาที่เหมือนกันคือต้องตัดสายว่าวของฝ่ายตรงข้ามให้ได้

                นอกจากนั้นบางประเทศมีหลักปฏิบัติที่ว่าหากว่าวที่ใช้ในการแข่งขันตัวใดถูกฝ่ายตรงข้ามตัดเชือกขาด เมื่อมันร่วงลงสู่พื้น ผู้ชมคนใดที่วิ่งไปเก็บว่าวตัวนั้นได้เป็นคนแรก ก็จะได้เป็นเจ้าของใหม่ของว่าวตัวนั้น

อันตรายของการประลองว่าว

                แต่การประลองว่าวไม่ได้มีแค่ความดุเด็ดเผ็ดมัน แต่มันยังมีอีกด้านที่ผู้สนใจจะเล่นต้องตระหนักและระแวดระวัง เนื่องจากในหลายประเทศเช่น ชิลี อินเดีย ปากีสถานมีรายงานว่าเคยมีคนได้รับบาดเจ็บจากส่วนคมของว่าวที่ใช้ในการประลองว่าว โดยมีตั้งแต่ถูกบาดที่นิ้วไปจนถึงเสียชีวิตเพราะเชือกที่คมกริบไปเกี่ยวกับคนที่กำลังขับรถจักรยานยนต์ในบริเวณแข่งขัน

ด้วยสาเหตุดังกล่าวทำให้บางประเทศถึงขนาดออกกฎห้ามไม่ให้ผู้เข้าแข่งขันใช้สายว่าวที่มีความคม บางแห่งก็จำกัดให้ใช้วัสดุได้แค่บางชนิดเท่านั้น และบางแห่งผู้เข้าแข่งขันจะต้องสวมอุปกรณ์ป้องกัน ส่วนรถที่แล่นไปมาในบริเวณแข่งขันก็ต้องติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันเพื่อความปลอดภัย

ตัวอย่างการประลองว่าว ในประเทศต่าง ๆ

                ญี่ปุ่น

                การประลองว่าว ของญี่ปุ่นมี 2 แบบ แบบแรกคือการตัดสายว่าวแบบที่ได้กล่าวไป ซึ่งเชื่อกันว่าชาวอินโดนีเซียเป็นคนนำเข้ามา ส่วนอีกแบบจะแตกต่างจากที่อื่น เพราะไม่มีการตัดสายว่าวของคู่ต่อสู้ แต่ใช้การทำให้ว่าวของคู่ต่อสู้ร่วงแทน โดยจะเป็นการแข่งขันแบบทีมและใช้ว่าวที่มีขนาดใหญ่มาก

                ปากีสถาน

                ว่าวที่ใช้ประลองของที่นี่มีรูปร่างแตกต่างจากว่าวทั่วไป เพราะแต่ละตัวจะถูกออกแบบเพื่อใช้ในการแข่งขันโดยเฉพาะ ทุกตัวจึงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร

                ไทย

                เป็นการแข่งขันที่มีมาแต่โบราณ โดยว่าวปักเป้าซึ่งมีขนาดเล็กกว่าสองทีมจะต้องแข่งกับว่าวจุฬาหนึ่งทีม โดยฝ่ายที่ดึงว่าวของฝ่ายตรงข้ามลงมายังเขตของตัวเองได้จะเป็นผู้ชนะ

                การประลองว่าว แม้จะเป็นกิจกรรมที่มีมาแต่โบราณ แต่ก็ยังคงเป็นกิจกรรมที่ท้าทายให้เราได้ลองเล่น วันนี้เป็นวันที่ลมแรงใช่หรือเปล่า ดังนั้นอย่าลืมนั้นเพื่อนๆ ออกไปประลองว่าวกันนะ


post

ว่าว อุปกรณ์ถ่ายภาพมุมสูงพึ่งได้ ไม่ต้องใช้โดรน

ปัจจุบันการถ่ายภาพทางอากาศเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว ไม่ว่าจากเครื่องบิน โดรน เฮลิคอปเตอร์ แต่เคยได้ยินการถ่ายภาพทางอากาศด้วยว่าวกันบ้างหรือไม่? หากยังไม่เคยมาลองฟังเรื่องราวการใช้ว่าวในการถ่ายภาพทางอากาศกัน

การถ่ายภาพทางอากาศด้วยว่าวคืออะไร

                การถ่ายภาพทางอากาศด้วยว่าว (Kite Aerial Photography : KAP) ไม่ใช่อะไรที่ใหม่และเข้าใจยากแม้แต่น้อย มันคือการผูกกล้องถ่ายรูปที่สามารถสั่งการจากระยะไกลได้ไปกับว่าว เพื่อถ่ายภาพลงมาจากมุมสูง

อุปกรณ์ที่จำเป็น

                ว่าว

                การเลือกว่าวสำหรับถ่ายภาพทางอากาศ ต้องใช้ขนาดและชนิดของว่าวที่เหมาะสม หากใช้กล้องที่มีน้ำหนักมาก ก็ควรใช้ว่าวที่สามารถรับน้ำหนักได้มากด้วย

                กล้องถ่ายรูป

                กล้องที่ใช่สามารถใช้กล้องชนิดไหนก็ได้ตามความต้องการ เช่น กล้อง Go Pro กล้อง DSLR หรือกล้อง 360 องศา แต่ควรมีระบบลดการสั่นไหว เพื่อให้ภาพที่ถ่ายคมชัด

                อุปกรณ์จับยึด

                โดยปกติแล้วสามารติดกล้องไว้กับว่าวโดยตรงได้เลย แต่การใช้อุปกรณ์จับยึดเพื่อติดกล้องไว้ที่สายห่างจากว่าวนั้นมีข้อดีคือช่วยลดการสั่นไหวที่ไม่จำเป็นที่เกิดขึ้นกับตัวว่าว นอกจากนั้นวิธีนี้ยังช่วยให้สามารถนำกล้องขึ้นทีหลัง หลังจากปล่อยให้ว่าวลอยขึ้นไปอยู่บนฟ้าอย่างมั่นคงแล้ว และเก็บกล้องหลังจากถ่ายเสร็จได้ขณะที่ว่าวยังลอยอยู่ ทำให้ไม่ต้องดึงว่าวลงมาต่ำขณะนำกล้องขึ้น ซึ่งเสียงที่ว่าวและกล้องจะตกลงสู่พื้น

                อุปกรณ์ควบคุมระยะไกล

                อุปกรณ์เชื่อมต่อที่สามารถสั่งถ่ายรูป เปลี่ยนทิศทางของกล้อง หรือเห็นภาพจากกล้องได้

ประวัติศาสตร์การใช้ว่าวเพื่อถ่ายภาพทางอากาศ

                บุคคลแรกที่ใช้ว่าวเพื่อถ่ายภาพทางอากาศเป็นนักอุตุนิยมวิทยาชาวอังกฤษชื่อว่าดักลาส อาร์ชิบาลด์ (Douglas Archibald) โดยเขาอ้างว่าได้ภาพดังกล่าวในปีค.ศ.1888 อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้แสดงรูปถ่ายดังกล่าวให้ใครดู  

ส่วนอีกคนซึ่งอาจเป็นผู้ที่ได้ชื่อว่าริเริ่มการถ่ายภาพทางอากาศด้วยว่าวเป็นคนแรกอย่างแท้จริงคืออาร์เธอร์ แบททิท (Arthur Batut) ช่างภาพชาวฝรั่งเศส โดยภาพแรกถูกถ่ายในปีค.ศ.1889 ซึ่งเป็นภาพชุมชนที่เขาอาศัยอยู่นั่นเอง

การถ่ายภาพทางอากาศด้วยว่าวในปัจจุบัน

                แม้ปัจจุบันเทคนิคการถ่ายภาพทางอากาศจะพัฒนาไปมาก ผู้คนส่วนใหญ่ที่ต้องการภาพมุมสูงจึงมักใช้งานโดรนซึ่งควบคุมทิศทางและความสูงได้ อย่างไรก็ตามการก็ยังมีผู้ใช้งานว่าวเพื่อถ่ายภาพทางอากาศอยู่ เนื่องจากโดรนมีพลังงานจำกัด ทำให้ในกรณีของช่างภาพที่ต้องรอคอยเพื่อถ่ายภาพเป็นเวลานาน ต้องนำโดรนลงมาเพื่อเติมพลังงานก่อนนำขึ้นไปใหม่บ่อย ๆ ในขณะที่ว่าวใช้ลม ดังนั้นในพื้นที่ ๆ มีลมตลอดเวลาก็สามารถนำกล้องขึ้นได้นานเท่าที่ต้องการ หากพลังงานของกล้องไม่หมดเสียก่อน

                หากใครอยากได้ภาพถ่ายมุมสูงแต่ไม่มีงบจะไปซื้อโดรนแพง ๆ การใช้ว่าวก็ดูจะเป็นวิธีหนึ่งที่น่าสนใจทีเดียว เพราะนอกจากจะประหยัดงบแล้ว ยังได้เล่นว่าวไปพร้อม ๆ กันอีกด้วย ยังไงก็อย่าลืมไปลองเล่นกันล่ะ

post

พลังงานสะอาด ที่เกิดขึ้นได้จากว่าว

เชื่อว่าเพื่อน ๆ พี่น้องที่มาอ่านบทความนี้คงเป็นคนที่ชอบเล่นว่าวไม่มากก็น้อย แล้วเคยคิดกันเล่น ๆ ไหมว่าลมแรง ๆ นั้นช่างมีอยู่ล้นเหลือไม่รู้จักหมดสิ้น และทำให้ว่าวของเราบินได้ทุกวี่ทุกวัน ถ้าอย่างนั้นหากสามารถใช้ลมกับว่าวนี้ใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ก็คงดี สิ่งที่ว่าไปนี้เกิดขึ้นจริงแล้วในปัจจุบัน ทั้งยังเกี่ยวข้องกับการใช้ว่าวอีกด้วย นั่นคือการนำผลิตพลังงานไฟฟ้าจากลมโดยใช้ว่าว ซึ่งถือเป็นวิธีการสร้างพลังงานสะอาดที่เพิ่งถูกนำมาพัฒนาเมื่อไม่นานมานี้ แต่ก่อนจะมาดูว่าว่าวผลิตพลังงานสะอาดได้ยังไง มาทำความรู้จักกับพลังงานสะอาดกันก่อน

พลังงานสะอาดคืออะไร

                พลังงานสะอาดคือพลังงานที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ สามารถนำมาใช้ได้ไม่มีวันหมด ต่างจากแหล่งพลังงานที่มนุษย์ใช้เป็นส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน ซึ่งนอกจากก่อให้เกิดก๊าซที่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตต่างๆ แล้ว ยังเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน และยังเป็นเป็นแหล่งพลังงานที่ใช้แล้วหมดไป ต้องใช้เวลาอีกหลายล้านปีเพื่อจะสะสมขึ้นใหม่ใต้ผิวโลก

พลังงานลมทางเลือกแห่งอนาคต

                พลังงานสะอาดได้มาจากหลายแหล่ง เช่น แสงอาทิตย์ การขึ้นลงของน้ำทะเล ความร้อนใต้พื้นดิน และพลังงานลมก็เป็นหนึ่งในนั้น ซึ่งโดยปกติแล้วพลังงานลมมักได้จากการติดตั้งกังหันลมในพื้นที่ ๆ มีลมแรง เมื่อลมพัดให้กังหันหมุน ก็จะดึงให้หม้อแปลงปั่นไฟหมุนไปด้วยเกิดเป็นไฟฟ้า

                อย่างไรก็ตามปัจจุบันอีกทางเลือกสำหรับการนำพลังงานลมมาใช้นอกจากการใช้กังหันลมอันใหญ่ ๆ ที่เราคุ้นเคย นั่นคือการนำอุปกรณ์ที่เราคุ้นเคยอย่างว่าวมาใช้นั่นเอง

ว่าวสร้างพลังงานได้อย่างไร

                การนำว่าวมาช่วยในการนำพลังงานจากลมมาใช้นั้นโดยทั่วไปมีสองวิธี วิธีแรกคือการติดตั้งกังหันลมไว้บนว่าว โดยอาจเป็นกังหันที่มีน้ำหนักเบาและมีขนาดเล็ก ซึ่งเมื่อว่าวบินอยู่บนฟ้าก็ย่อมมีลมพัดผ่านกังหันก่อให้เกิดเป็นพลังงาน อีกวิธีหนึ่งคือการใช้การเคลื่อนไหวของว่าวเพื่อดึงเชือกที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่จะเปลี่ยนพลังงานจากแรงดึงของว่าวนี้เป็นพลังงานไฟฟ้า

ข้อดีของพลังงานจากว่าว

  • ว่าวสามารถบินไปบนท้องฟ้าซึ่งมีลมแรงกว่าบนพื้นดิน จึงสร้างพลังงานได้มากกว่า
  • สร้างมลพิษน้อยกว่าอุปกรณ์กังหันลมประเภทอื่น ๆ ทั้งยังมีอุปกรณ์ที่ต้องติดตั้งบนพื้นดินน้อย
  • ที่ความเร็วสูงมาก ๆ กังหันลมจำเป็นต้องปิดเพื่อป้องกันความเสียหาย ในขณะที่ว่าวสามารถใช้งานได้แม้มีพายุ
  • ระบบว่าวสามารถติดตั้งบนฐานที่ลอยอยู่ เช่นในมหาสมุทรได้ ในขณะที่กังหันลมทำไม่ได้
  • เนื่องจากอุปกรณ์ติดตั้งน้อย ทำให้สามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างรวดเร็วในกรณีที่เหตุด่วนหรือเกิดพิบัติภัย

แม้ว่าวจะเป็นอุปกรณ์ที่มีมานานแสนนาน แต่มันกลับไม่ใช่สิ่งที่ล้าสมัยและไร้ประโยชน์ เพราะนับวันเราก็ยิ่งเห็นประโยชน์ของมันมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นอย่าเพิ่งมองว่ามันเป็นสิ่งล้าสมัยและเลิกสนใจกันไปเสียก่อน มาเล่นว่าวกันให้สนุกและก่อให้เกิดประโยชน์กันดีกว่า